General

 

 

สวัสดีครับนี่เป็น Blog แรกของผม ซึ่งผมจะเขียนเพื่อสอนภาษาอังกฤษ แต่จะเป็นภาษาอังกฤษไร้ไวยากรณ์ เพราะชื่อ Blog ของผมก็บอกอยู่แล้วว่านี่เป็น "$treet English" หรือ ภาษาอังอังกฤษข้างถนน (หรือใครจะเรียกว่าภาษาอังกฤษข้างทาง ข้างฟุตบาทก็ตามใจ ไม่ว่ากัน

 

ซึ่งผมจะนำคำแสลง หรือสำนวนภาษาอังกฤษ แบบเด็กแนวๆ สไตล์วัยรุ่นอินเตอร์มั่ว มาสอนกัน และส่วนมากจะเป็นภาษาแบบอเมริกันแต่เนื่องจากนี่เพิ่งเป็น Entry แรกของผม เพราะฉะนั้นจะเป็นแค่ขอแนะนำตัวก่อนละกัน ก่อนอื่น

 

ผมต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรนัก และไม่ได้มีความรู้อะไรมากในเรื่องที่ตัวเองอาจเขียนเองด้วยซ้ำ ฉะนั้นหากเด็กแนวคนอื่นๆที่เห็นอะไรผิดพลาด หรือขาดตกบกพร่องในเนื้อหาประการใด ก็บอกผมมาได้เลยครับ เพราะผมอยากให้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันและกัน และผมเองอาจจะได้เรียนรู้จากเด็กแนวคนอื่นๆด้วย ผมจะแนนำตัวผมก่อนเลยว่า ก่อนที่จะมาเขียน Blog เป็นของตัวเองนี้ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบแสวงหาความรู้ภาษาอังกฤษ เข้าหัวเรื่อยๆเหมือนกัน และก็เป็นคนคอยช่วยเหลือตอบปัญหาภาษาอังกฤษ ตามเวบที่สอนภาษาอังกฤษที่อื่นๆ บ่อยๆ

ผมตอนนี้ก็เป็นวันรุ่นคนนึง(ผมจะเรียกผมอย่างนี้ จะทำไมผม อิอิ) เรียกผมว่า ก๋อง ก็ได้ครับ ผมเกิดที่เมืองBoston รัฐ Massachusetts ที่อเมริกา แต่เกิดมาได้ไม่นาน ก็บินมาอยู่และโตที่ไทยเลย ผมเลยไม่ได้ภาษาอังกฤษจากบ้านเกิดเลยซักนิดเดียว อ้าว แล้วภาษาอังกฤษเริ่มมีบทบาทในชีวิตผมตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ

มันเริ่มต้นตอนเป็นเด็กประถม นี่หละครับ ผมตอนนั้นเป็นเด็กที่หัวดีเรื่องเลข แต่ไม่ได้สนใจภาษาอังกฤษอะไรเลย แถมเป็นเด็กขี้เกียจไม่ส่งการบ้าน เลยโดนครูด่า แล้วไปฟ้องแม่เราตอนมีวันพบผู้ปกครอง ทำให้แม่ขายหน้ามากเลยครับ แม่เลยจับมาสอนติวสอบภาษาอังกฤษครั้งแรกตอนนั้นด้วยตัวเองเลย เพราะเป็นวิชาเดียวที่แม่จะสอนให้ได้ รวมทั้งการออกเสียงที่ชัดเจนตั้งแต่เด็ก ที่แม่ให้ผมให้ลองหัดอ่านออกเสียงให้ฟัง เช่นออกเสียง ที่คนไทยหลายคนยังออกไม่เป็น แต่ผมว่าไม่ยากอะไรเลย ในตอนนั้น เวลาสอบเด็กประถม จะแบ่งเป็นจุดประสงค์ที่ อะไรประมาณนี้ ซึ่งเวลาสอบเสร็จ เด็กนักเรียนคนไหนตกจุดประสงค์ไหนก็ต้องสอบซ่อมตัวนั้น ซึ่งเป็นธรรมดาครับที่ผมจะต้องมีตกหลายอตัวบ้าง แต่พอแม่จับมาติวเพียงไม่กี่วันนั้นแหละครับ (มีหัวข้อนึงที่จำได้ในตอนนั้นเลย คือเรื่องการบอกเวลาแบบ แม่ผมเอาให้ผมเข้าใจได้ภายในคืนเดียวเลยครับ ซึ่งพอผลสอบออกมา ตอนที่ครูประจำวิชาอังกฤษ ประกาศว่าแต่ละคนตกจุดประสงค์ไหนกันบ้าง และในห้องจากทั้งหมดเกือบ มีเพียงสองคนที่ไม่ตกเลยซักจุดประสงค์ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าแปลกใจเพราะเป็นเด็กพวกท้อปๆห้องอยู่ แล้ว และพอมาถึงชื่อผมครับ ครูประกาศขึ้นว่าไม่ตกเลย เสียงโอ้โห อู้หู นี้ดังกันพร้อมเพรียงทั่วห้องเลยครับ ผมจำภาพในตอนนั้นได้ดี แม้แต่ครูผมยังตกใจจนต้องถามว่า เธอไปทำอะไรมา ในปีการศึกษานั้นผมเลยได้รับทุนการศึกษา สาขาการพัฒนาการเรียนเป็นครั้งแรกในชีวิตตอนเป็นนักเรียน ได้รับเงิน ตอนนั้นถือว่าเยอะแล้วสำหรับเด็ก ป 5 ไม่พอครับ แม่ผมให้เงินเพิ่มอีก และบอกว่าถ้าทำได้คะแนนดีๆจะให้เงินรางวัล เป็นพันๆแบบนี้อีก หลังจากนั้นพอถึงวิชาภาษาอังกฤษทุกครั้ง ผมจะได้คะแนนสูงต้นๆมาตลอดตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมต้นครับ และก็ทวงเงินแม่ได้ทุกครั้งหละน่า แต่พอมาม.ปลาย ผมก็ขอที่บ้านไปเรียนต่อเมืองนอกเลยครับ

 

 

ส่วนเรื่องต่อมานะครับ คือการกล้าพูดกับคนต่างชาติของผมครับ ก็หลังจากเกิดเหตุการ์ณแรกไปแล้วนั้น ต่อแม่ครอบครัวผมไปเที่ยวออสเตรเลีย ตอนนั้นก็ยังป.5 และนี่เป็นการออกนอกประเทศครั้งแรกในชีวิต และก็กล้าที่กล้าพูดภาษาอังกฤษกับคนต่างชาติครั้ง แรก ตอนนั้นจำได้ว่าไปเที่ยวชอปปิ้งในห้าง ผมเดินกับแม่และแม่เอาแต่ดูของที่ผมไม่สนใจ ผมก็เบื่อเลยเดินแยกไปทางแผนกอื่นเลย ตอนนั้นเดินเข้าไปดูรองเท้าครับ พนักงานฝรั่งก็เข้ามาหา ทุกวันนี้ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนสมัยนั้น ผมเอาความสามารถมาจากไหนในการสื่อสารอังกฤษ บอกว่าขอลองหน่อย คู่นี้คับไป คู่นี้หลวมไป ตอนนั้นพูดเป็นภาษาอังกฤษเลยครับ ผมยังแปลกใจเลยว่าทำได้ไงว่ะ แต่พูดได้แค่ประโยคตามเท่านั้นแหละครับ และในที่สุด ปีถัดมาเป็นเด็ก ป. 6 ครับ ผมได้มีโอกาศเข้าค่ายฤดูร้อนเด็กนานาชาติ องค์กรหนึ่งชื่อว่า C.I.S.V ย่อมาจาก children international summer village ผมและพี่น้องเข้าค่ายที่นี่บ่อยนับจากนั้นเลยครับ ถ้าใครสนใจลองไปหาข้อมูล สำนักงานในประเทศไทยนะครับ เป็นองค์กรที่ใหญ่มากในโลกและมีมานานหลายสิบปีแล้ว ก่อนผมเกิดอีก ไปดู เอาเองเลย

 

ผมไปเข้าค่ายเป็นเวลา ที่ปารีส ฝรั่งเศษ อยู่ในค่ายกับเด็กต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการอีก คนที่อายุเท่าๆกันจาก ประเทศ เท่ากับประเทศละ ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆในนั้นด้วยภาษาอังกฤษ อยู่ที่นั่นเพียงเดือนเดียวแต่ได้ประสบการ์ณ์ที่คุ้มมากๆในชีวิต เลยขอไปอีกครั้งในปีถัดมา ตอนนั้นก็ ม 1 แต่เลือกไปสวีเดนแทน และโปรแกรมก็ไม่เหมือนกันแล้วแต่จะไปอยู่กับครอบครัวคู่ฝรั่งของเราเลย
แล้วเค้าก็ได้มาอยู่บ้านเราด้วยในปีถัดมา พอกลับเมืองไทยมาเรียนโรงเรียนไทยเหมือนเดิมครับ

 

 

แต่จากประสบการ์ณเหล่านั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเป็นเด็ก ที่มีพื้นฐานภาษาดีกว่านักเรียน ในโรงเรียนไทยส่วนมาก คือมากกว่ามาตรฐานเด็กไทยในโรงเรียนไทยนะครับ แต่พอขึ้นม.ปลาย ผมจึงตัดสินในบอกแม่ว่า ผมอยากอยู่อเมริกา เพราะผมเกิดที่นั้นตอนเด็กๆ เลยได้สัณชาติมาด้วย ก็เลยไปอยู่ที่นั้นมาอีกสามปีครับ พอกลับมาเมืองไทย ก็ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญซึ่งเป็นนานาชาติ ถึงแม้จะสังคมแบบไทย แต่ก็ทำให้ผมได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆในห้องเรียนแทนครับ ตอนนี้กำลังจะจบแล้ว หลังจากนั้นก็ไปปักหลักใช้ชีวิตที่ San Francisco ครับ

พอดีมีของสวยๆ มาแต่ง Blog กะเค้าเพิ่มอีกหนึ่งอย่างแล้วครับ ++แต่น แตน แต๊น++ เวบแบนด์ สายรัดบลอค"We love our king" ด้วยคำแนะนำมีประโยชน์จาก บ้านพี่พลอย ถึงแม้ code ที่พี่ให้จะผิดไปนิดนึงผมเลยแก้เอง ตอนนี้ก็ได้มีwebband "เรารักในหลวง" แล้วครับ

ขอ่มีติดเอาไว้แสดงความจงรักภักดีบ้าง


งั้นพูดถึงเรี่อง wrist band หน่อยกันดีกว่า ที่มา มาจากไหน
สายรัดข้อมือนี่ เริ่มแรกเดิมที ออกมาเป็นสีเหลือง เขียนว่า "LIVESTRONG" ( มีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็ง อ่านว่า ลี้ฟสตรอง นะ ไม่ใช่ ไลฟ์สตรอง) แบบนี้

สายรัดข้อมือ Livestrong. ต้นตำหรับสายรัดข้อมือ หน้าตาแบบนี้ครับ

แลนซ์ อาร์มสตรอง ภาพหน้าปกแม็กกาซีนจากการชนะ ทูร์ เดอ ฟรองซ์และนี่ก็ฮีโร่ของคนอเมริกันคนหนึ่ง

ออกโดย Lance Armstrong นักขี่จักรยานชื่อดังที่อเมริกา นายคนนี้รู้จักกันแทบทั้งอเมริกาและทั้งโลก คนอเมริกานับถือเขามากมาย เพราะเป็นคนอึดที่น่ายกย่องในเรื่องกำลังใจของเขา (ผมเคยถามเพื่อน เพื่อนไม่รู้จักก็มี โอ้ให้ตายสิ แกไปอยู่ที่ไหนมา!?!) เพราะเขาชนะการแข่งขัน Tour de France ที่ปีนึงมีหนเดียวและใหญ่มาก(อ่านว่า ตูร์ เดอ ฟรองซ์ นะครับเป็นภาษาฝรั่งเศษ) มาแล้วหลายรายการ รวมถึงเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก
แต่เขาก็ดังขึ้นมามากขึ้น เมื่อเขาเป็นโรคมะเร็งขั้นหนักถึงขั้นลามไปหลายส่วนในร่างกาย แต่เขาสามารถเอาชนะมะเร็งของเขาได้ และกลับมาแข่งจักรยาน (และยังชนะอีกในตรู เดอฟรองซ์ อีก 5 รอบ ก่อนหน้าอีกสองครั้ง รวมเป็น 7 ครั้งติด ทำลายสถิติโลกไปเลยครับ)
และที่เขาริเริ่มออก สายรัดข้อมือ นี้ก็มีไว้เพื่อช่วยผู้ป่วยมะเร็ง โดยมูลนิธิ Lance Armstrong ของเขาเอง

ถ้า entry นี้ไม่มีการสอนภาษาอังกฤษ ก็คงจะไม่ได้ ผมเลยนำ ข่าวสารเกี่ยวกับนาย Lance คนนี้จาก wikipedia มา

Lance Armstrong won the Tour de Francecycling's most prestigious raceseven consecutive times, from 1999 to 2005

แลนซ์ อาร์มสตรอง ชนะ รายการ ตรู เดอ ฟรองซ์ - การแข่งจักรยานที่ยิ่งใหญ่ทรงคุณค่าที่สุด - ถึงเจ็ดครั้งต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2005

Prestigious - adj. แปลว่ามีคนให้ความสนใจมาก หรือเคารพมาก
7 consecutive times - หมายถึง 7 ครั้งต่อเนื่องติด

Armstrong's athletic success and dramatic recovery from cancer inspired him to commemorate his accomplishments, with Nike, through the Lance Armstrong Foundation, a charity founded in 1997. The foundation's yellow rubber "Livestrong" wristbands, first launched in 2004, have been a major success, netting the foundation more than $60 million dollars in the fight against cancer.

ความสำเร็จในชีวิตนักกีฬาของ อาร์มสตรอง และการเอาชนะ โรคมะเร็งของเขา มอบแรงบันดาลใจให้เขา commemorate (การแสดงตัวให้เป็นอนุสรณ์ หรือ เป็นที่ระลึก ภาษาไทยไม่มีเป็นกริยา) ความสำเร็จ(accomplishment) ของเขา ด้วยความร่วมมือจาก ไนกี้ ผ่านมูลนิธิแลนซ์ อาร์มสตรอง ในปี 1997
และได้ออก สายรัดข้อมือสีเหลือง สลักว่า "LIVESTRONG" ในปี 2004 และประสบความสำเร็จในการดึงเงินการกุศลเพื่อต่อต้านโรคมะเร็ง มากกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

inspire - อิ๊นซ-พายร์ - เป็นแรงบันดาลใจ
charity - แช๊-หริถิ - มูลนิธิ หรือ เงินการกุศล
foundation - ฟาวเด๊-ฉั่น - มูลนิธิ เช่นกัน
launch - ล๊อนช - การปล่อย สินค้า หรือ ปล่อยจรวดก็ได้
net - ในความหมายนี้เป็นคำกริยา แปลว่า หาเงินเข้า
againts - อะเก๊นส - ต่อต้าน
cancer - แค้น-เส่อ - โรคมะเร็ง


edit @ 2007/09/07 03:11:16

Guest book - สมุดเยี่ยม - $treet English

posted on 05 Sep 2007 14:49 by streetenglish  in General

สวัสดีครับ คุณผู้อ่าน

ทั้งคนที่ยังคอยติดตาม BLOG ของผม หรือเป็นคนที่เพิ่งเคยเข้ามาเจอ BLOG นี้เป็นครั้งแรก ผมขอขอบคุณมากครับ ที่แวะเวียนเข้ามา และยังติดตาม ให้กำลังใจผมเขียน บลอคนี้ต่อไป (ก็มา comment กันบ่อยๆนะครับ จะได้ทราบว่ายังติดตามอยู่)

ขอแนะนำอีกครั้งว่านี่เป็น Blog สอนภาษาอังกฤษ ในลักษณะแบบ Edutainment (Education + Entertainment) ที่จะได้ทั้งความรู้ภาษาอังกฤษและความฮา ในอารมณืเดียวกัน  

ภาษาอังกฤษแบบแนวๆด้วยแสลงและสำนวนจากหนังและเพลง หรือสำนวนที่ฝรั่งใช้กันจริงๆ และสามารถอ่าน ได้ที่ BLOGMAP ได้ทั้งหมดนะครับ

ผมไม่ได้หายไปไหนแน่นอนครับ แต่วันนี้ผมอยากสร้าง Guest Book หรือ สมุดเยี่ยม เพื่อเอาไว้ให้ ผู้มาเยี่ยม Blog ของผมทุกคน ได้ลงนามและติชม กันซักหน่อย เพื่อให้ผมได้อ่าน feedback จากผู้เยี่ยมชมทุกท่าน หรือใครอยากใหผม้เขียนเกี่ยวกับเรื่องอะไร เช่นเพลง หรือหนังที่คุณอยากให้ผมเอามาเขียน ก็โพสบอกได้เลยครับ

THX A LOT!!, YOU GUYS ARE AWESOME!!

ก๋อง *~*$treet English *~* View my profile