English-Slang-Idiom

ภาษาพื้นๆ

posted on 13 May 2010 13:47 by streetenglish  in English-Slang-Idiom
(วันนี้ถือว่าอัพสองเอนทรี่ไปเลย เพราะอันที่แล้วไม่ได้เป็นการบทภาษาอังกฤษอะไรนะครับ แค่อารมณ์ส่วนตัวเท่านั้น) 



หลายครั้งผมเองเพิ่งได้ยินคำแสลงใหม่ๆ บ่อยๆครับ ส่วนมากมาจากการดูหนังนี่แหละ

คำพวกนี้ บางครั้ง ผมเองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เวลาเราดูหนัง ถึงแม้จะได้ยินเป็นครั้งแรก แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาสื่ออะไร

------------------------------------------

 ไปเจอคำนี้ในหนังเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับสายลับครับ
มีการไล่กวดรถยนต์กันในหนัง หรือ  car chasing
มีคนหนึ่งตะโกนบอกคนขับรถ ว่า

Floor it!

น่าจะเดาได้ไม่ยากว่า หมายถึง เยียบคันเร่งให้มิด นะเอง

ประโยคยาวๆ ที่ปกติจะพูดสำนวนบอกให้เยียบคันเร่งแบบนี้

น่าจะมาจากคำยาวๆ ว่า

 

Step pedal to the floor
 หรือ

Hit the gas pedal to the floor 


เพราะการบอกแบบนี้ มันใช้แทนคำว่า Speed up ! เฉยๆได้ดีกว่า
เพราะ speed up อาจหมายถึงแค่ เร่งความเร็ว
แต่ floor it นี้คือเร่งให้เร็วที่สุด ที่รถคันนั้นสามารถทำได้เลยนั่นเเอง
วันนี้เปิดประเด็นในเรื่องพื้นๆ (floor) อยากให้รู้จักคำศัพท์นี้ด้วยคำหนึ่งครับ


Floordrobe



ฟังดูคล้ายๆ wardrobe ที่แปลว่า ตู้เสื้อผ้าใช้ไหมครับ
แต่คำนี้คงสำหรับพวกขี้เกียจครับ (บ้านผมก็มีครับ Floordrobe อยู่ข้างๆเตียงนอนเลยครับ) 
คือพื้นที่ ส่วนที่คนชอบทิ้งเสื้อผ้าลงไปกองไว้ที่พื้น
แฉความซกมกตัวเองซะงั้น ตอนเช้าเอากางเกงกลับมาใส่ ก็บ่อย 55555



--------------------------------------------------


เอนทรี่ที่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องคำทักทาย
มีคอมเมนท์ที่ถามผมว่า
หากฝรั่ง พูดกับเราว่า


What's up?


แล้วเราจะตอบเขาได้อย่างไรบ้าง
เมื่อก่อนคุณครูของพวกเรา สอนพวกเราให้พูดกันอยู่เพียงประโยคเดียว เปรียบเหมือนหยั่งกับมันเป็นคำตอบสากล

แอม ฟาย แต้งกิ้ว แอ่น ยู้

ในชีวิตจริง เห็นใครพูดแบบนี้ ก็ไม่ได้ผิดหรอกครับ แต่มันคงดูน่าเบื่อไปหน่อย ถ้าเจอคำตอบแบบนี้ทุกวัน
ไม่มีอะไรตายตัวครับ รู้สึกอย่างไรก็ตอบไปแบบนั้น


ถ้าไม่มีอะไรมาก ก็ตอบไปเลย

Nothing much หรือ Nothing

ถ้าชิวๆ สบายๆ ก็บอกไป Just chilling
หรือประโยคที่ผมเองได้ยินบ่อยๆมากสุด สำหรับผมนะ ว่าสบายดีก็

Pretty good

แค่นั้นเองครับ ง่ายๆดี
หรือจะตอบกลับ เหมือนกันไปเลยว่า


What's up!

ก็ได้เช่นกันครับ

What is up!?

posted on 05 May 2010 12:12 by streetenglish  in English-Slang-Idiom
 

 

 

 ตั้งแต่เขียน Street English มา ตั้งแต่สามปีที่แล้ว แล้วผมก็ได้เลิกเขียนไปเป็นเวลานาน มีสำนักพิมพ์ 2-3 แห่งติดต่อผม แต่ผมก็ไม่ได้เริ่มเขียนอะไรเพิ่มเติมให้เขาเลย จนสำนักพิมพ์ล่าสุด ส่งสารบัญ มาให้ผมว่าเขาอยากได้เรื่องพวกนี้ๆเพิ่มเติม ผมก็ไปเห็นว่ามี เรื่องของคำทักทายด้วย

 

 ผมนึกว่าตัวผมเองเคยเขียนไปแล้ว แต่พอย้อนกลับมาเปิดบลอก exteen ของผมนี้ ผมถึงเพิ่งรู้ตัว

 

“กรรม นี่เราไม่เคยเขียน คำทักทายเลยเหรอเนี่ย ทำไมตัวเราไม่ได้เรื่องอย่างนี้เนี่ย เรื่องสำคัญซะด้วย”

 

ดูเหมือนผมจะจัดเรียงความสำคัญไม่ถูกซะแล้ว แต่ตอนนั้นเราคงคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไม่น่าเขียนสำหรับภาษาอังกฤษแนวๆ (นั่น! แถแก้ตัวไปได้)

  

งั้นก็ถือโอกาศนี้ กลับมาปัดฝุ่น Exteen กันอีกครั้งละกัน

และถึงพี่แอนจากสำนักพิมพ์พราวด้วยนะครับ ว่าให้พี่รออีกนานนิดหนึ่ง ผมถึงทยอยเขียนเรื่องใหม่ๆเพิ่มเติมในนี้ละกันนะครับ 

 

  ---------------------------------------

 

 ไม่ว่าเราจะเริ่มเรียนภาษาอะไรก็ตาม ตำราแทบทุกเล่มเริ่มสอนคำทักทายก่อนเป็นคำแรกเสมอ

แน่นอน ว่าผมคงไม่ไปแหวกแนว เริ่มสอนอย่างอื่น (แต่ก็พลาดไปเสียแล้ว)

 

ถ้าถาม หลายคนว่า คำทักทาย ภาษาอังกฤษ แบบแสลงยอดฮิต ที่ทำให้คุณดูเป็นวัยรุ่นที่สุด แทบทุกคน ตอบผมเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า

 

What's up !

 

บางคนสร้อยด้วย What's up, man ! แถมมาให้ เจ้าพวกเด็กบางคนล้อเลียนกลายเป็นวัดสเมียน อีกซะงั้น

 

 แต่แสลงภาษาอังกฤษ มันมีไม่น้อยอยู่แล้วครับ และทุกคนมักต้องทักทาย เมื่อเจอกัน คำทักทายยังไงก็ต้องใช้กันแทบทุกวัน ภาษามันก็ไปได้เรื่อยๆของมัน เกิดแสลงอีกหลายคำมากมาย และผมจะนำเสนอคำเหล่านั้น มาเพิ่มเติมในบทนี้แหละครับ

แค่ต่อยอดจาก What's up คำเดียวก็ยังมีธีการออกเสียงอีกหลายแบบของวัยรุ่น เช่น

What up! (ไม่ต้องออกเสียง s)

waddup   ออกเสียง d แทน

 บ้างก็สะกดแบบ whassup whazzup เน้นเสียง s ไปเลย

 และสั้นๆได้ใจความก็พูดแค่ Sup! เฉยๆคำเดียวก็เข้าใจครับ

 

 คำทักทายของวัยรุ่นอเมริกันมีอีกมากครับ

เช่น

Yo !   หรือ  Hey ! 

สั้นๆคำเดียวก็ถือเป็นการทักทายแล้ว 

 

A-Yo  อ่านว่า เอ้โหย้ะ  

 -----------------------------------------------

 

Holla ! 

เป็นอีกคำยอดฮิตเหมือนกันครับ วิธีการใช้ยังมีอีกแยกย่อยเยอะด้วย

 นอกจากมันใช้เป็นคำทักทายแล้ว

ยังแปลว่า จีบสาว ได้ด้วย เมื่อเติม at เข้าไป

เช่น Watch out! I'm bout to holla at this fine bitch.

ดูนะ, ฉันจะเข้าไปจีบแม่สาวฮอทคนนี้ล่ะ 

 

อีกความหมายของ Holla ก็แปลว่า การโทรศัพท์ ด้วยครับ  (รวมถึง อีเมล์ หรือ จะ บีบีกันก็ไม่ผิดธรรมเนียมเช่นกัน เพราะวัฒนธรรมอเมริกันตอนนี้ เขาบอกมาว่า เด็กอเมริกัน เฉลียกดข้อความโทรศัพท์กว่าร้อยครั้งต่อวัน !!! เอ่อ น้องออกนัดไปคุยกันเลยดีกว่าไหม บางทีอยู่โต๊ะเดียวกัน มันยังไม่คุยด้วยละมัง)

เช่น I gotta go home now, holla at me tonight, okay?

ฉันต้องกลับบ้านแล้ว โทรมาหาคืนนี้ด้วยนะ

 

Can I holla at you?

ฉันจะโทรไปหาเธอได้ไหม 

 

ไม่หมดแค่นั้น คำนี้แปลว่า สุดยอด ดี เยี่ยมอีก (อะไรจะสารพัดประโยชน์ จริงๆ) 

 Look at those ladies, Holla..

ดูสาวๆกลุ่มนั้นสิ ว้าวว

 

บางครั้งอาจจะตอบกลับว่า Holla back ก็ได้

Holla back คำนี้ก็ยังเป็นประโยคปิดการสนทนา หรือการบอกลา ด้วย อีกหน่อยผมคงต้องเพิ่มเนื้อหาการบอกลาด้วยแล้ว (รู้สึกว่าคำเดียว ซับซ้อนมากเหลือเกิน) ล

 

และผมเชื่อว่าหลายคน คงอยากถามผมว่า Holla back girl ละแปลว่าอะไร

เพราะหลายคนได้ยินคำนี้จากเพลงของ Gwen Stefani กันจนติดหูกันทั้วบ้านทั้วเมืองไปแล้ว

 

คำนี้ แปลว่า ผู้หญิงที่ยอมผู้ชายทุกอย่างครับ เธอเปรียบเป็น doormat หรือ booty call ที่ให้ผู้ชายสั่งอะไร เธอก็ยอมทำตามครับ

ในเนื้อหาเพลงของ Gwen เธอร้องว่า I ain't no holla back girl ก็แปลว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงแบบ holla back girl นั่นเอง

 

อีกประโยคยอดฮิตที่ได้ยินประจำก็ยังมี

Holla at cha boy

ซึ่งเป็นคำทักทายอีกแบบของวัยรุ่นครับ ใช้บอกลาก็ได้เหมือนกัน

-------------------------------------------

 

คำทักทายแบบอื่นๆ อีกมากมายให้ได้ใช้ ผมขอเพิ่มเติมให้ละกัน

How're you doing?  -  ได้ยินปกติทั่วไปครับ

How's it going? 

How's it hangging - คำนี้ส่วนมากระหว่างผู้ชายครับ

 What's happening ?

What's going on?

What's clickin?  และ What's craking?  - คำนี้เคยได้ยินจากหนังเรื่อง เพอร์ซี แจ็คสัน กับสายฟ้าที่หายไป ด้วยครับ

What's in the bag? - ความจริงผมไม่เคยได้ยินหรอกนะ แต่เคยเห็นข้อมูลเขาว่ากันมา

What's poppin?

What's the dilly หรือ What's the dill ผันมาจาก What's the deal อีกที

 Word up? - คำนี้เคยเขียนในบทก่อน เรื่อง การเห็นด้วย

 

สำนวนปากหมาๆ

posted on 11 Nov 2007 09:51 by streetenglish  in English-Slang-Idiom

 

 

ฆ่าคือซุนหงอคง เจี๊ยกกก...

 

เจ้ากรรม เห็นชื่อเอนทรี่วันนี้ ไม่ได้จะเอาคำด่ามาเขียนนะ แต่สำนวนหมาๆ ผมหมายถึงสำนวนภาษาอังกฤษที่เขา เล่นกับคำศัพท์ว่า "DOG"

ช่วงนี้ต้องขออภัยจริงๆที่หายไปนานหลายวัน อย่างที่บอกว่าผมอยู่ในช่วงยุ่งหัวฟู เพราะช่วงนี้ยุ่งกับตัวเลขเรื่องเงินจนลายตา และไม่ใช่ไหลมานะ แต่ไหลออกหมดเลย แต่มันก็ต้องเป็นเรื่องปกติแหละนะ เพราะนี่คือการลงทุน เพราะเราตั้งเป้าไว้ว่าเราจะทำกำไรให้ได้

แต่ธุรกิจของผมคู่แข่งมันก็เยอะ ต้องแข่งขันกันสูงเพื่อแย่งลูกค้า ในภาษาฝรั่ง เขาเรียกว่า
a dog-eat-dog business ครับ
ไม่ใช่ธุรกิจที่เอาหมามากินกันเองนะ
แต่หมายถึงธุรกิจที่ต้องแก่งแย่งกัน ถ้าฝ่ายไหนได้ดี อีกฝ่ายก็มีผลกระทบเหมือนกัน
นอกจากนี้ Dog eat dog ยังหมายถึง การเหยียบบ่าผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองก้าวหน้าด้วย

แต่้คนเราก็ต้องดิ้นรน จริงไหมครับ ผมเองก็ต้องอยู่รอด ถึงแม้ว่าจะลำบากช่วงแรกๆ

แต่ก็นะที่เขาบอกว่า Every dog has its own day
แม้แต่หมาก็มีวันของมัน สำนวนนี้หมายถึง ไม่ว่าใครก็ต้องมีโชคหรือทุกข์กันทั้งนั้น เป็นเรื่องธรรมดา

ฉะนั้นตัวผมเองก็ต้องพยายาม ชีวิตของผมจะได้ไม่ต้องเป็น a dog's life

a dog's life ฝรั่งไปเปรียบเป็น ชีวิตที่ไม่มีความสุข มีแต่ความทุกข์ไม่รู้ทำไม แต่ผมว่าหมาหลายตัวยังมีความสุขกว่ามนุษย์ตั้งหลายคนซะอีก
It's a dog life being a cab driver.
ช่างเป็นชีวิตที่ไม่มีความสุขเลยที่เป็นคนขับแท๊กซี่

(สมมตินะครับ ไม่ได้มีอคติอะไรกับคนขับ)เดี๋ยวจะโดนคนเข้ามาหาเรื่อง เพราะเผลอแกว่งเท้าหาเสี้ยน

โอ้.. ไอ้หลีกเลี่ยงแกว่งเท้าหาเสี้ยน ไม่หาเรื่องเดือดร้อนเข้าตัวเนี่ย ฝรั่งเขาก็มีสำนวนหนึ่งนะครับ ว่า

Let sleeping dogs lie ถ้าตรงๆตัวก็แปลว่าปล่อยให้หมาที่กำลังหลับอยู่ หลับต่อไป (อย่าให้มันตื่นหละ เดี๋ยวมันเข้ามาเลีย) ตัวอย่างประโยค

I wanted to ask her what she thought of her ex-husband, but I figured it was better to let sleeping dogs lie.
ฉันอยากจะถามเธอว่าเธอคิดยังไงกับสามีเก่าเธอ แต่ฉันมาคิดอีกทีว่า ฉันไม่ควรหาเหามาใส่หัวจะดีกว่า

 

อย่างที่บอก ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฝรั่ง เอา หมา มาแทนความรันทดหดหู่ด้วย เพราะยังมีอีกหลายสำนวนหมาๆที่พูดๆกัน ในลักษณะเรื่องแย่ๆ

treat somone like a dog คือการปฏิบัติต่อผู้อื่นในทางแย่มากๆ เช่น
The prison guards treated prisoner like dogs
ผู้คุมนักโทษปฏิบัติต่อนักโทษแย่มาก

และ dog ยังแสดงถึงความผิดหวังได้อีก เช่น
Last night, the party was a real dog.
เมื่อคืนนี้ งานเลี้ยงน่าผิดหวังมากๆ

 

 

หรือใครจำได้ไหม ว่าผมเคยเขียนภาษาจากหนัง เรื่อง Under Dog และมีคนถามผมมาว่า Under dog มันแปลว่าอะไร ความจริงมันก็มีความหมายนะครับ แต่ผมไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับชื่อหนังเรื่องนี้จริงๆหรือเปล่า เพราะว่า แปลว่าคนที่เสียเปรียบ หรืออยู่ในฐานะเสียเปรียบอยู่ ส่วนคนที่ได้เปรียบเขาก็เรียกว่า Top dog คือหมาที่ยืนคร่อม under dog อีกตัว

 

และในหนังเรื่อง Under dog เอง ผมก็เคยเขียนคำว่า
Dog barks, no bite ด้วย หรือจะบอกว่า Barking dog don't bite ก็ได้
หมาเห่าไม่กัด
คือดีแต่พูดแต่ไม่กล้าจริง

 

อีกสำนวนหนึ่ง หลายคนคงเคยได้ยิน
Love me love my dog
รักฉันแล้วต้องรักหมาฉันด้วย
เขาหมายถึงเวลาบอกคนรักของคุณว่า ถ้าจะรักเขา ต้องยอมรับสิ่งที่เขาเป็น ไม่ว่าข้อเสียข้อด้อย ด้วยครับ

 

 

 

เรื่องหมาๆ ยังเอาไปพูดถึงเรื่องการแต่งตัวก็ได้ครับ
Like a dog's dinner
คำนี้เขาหมายถึงคนที่แต่งตัว แบบตัวเองคิดว่าสวยโก้เลิศหรู แต่ในสายตาคนอื่นเขามองว่างี่เง่าครับ
เห็นบ่อยเวลามีดาราออกงาน แล้วคนชอบซุบซิฐนินทาเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตัวมากๆ

 

 

ขอแถมอีกสำนวนที่ว่าไม่เขียนก็คงไม่ได้ นั่นคือ
You can't teach an old dog new tricks.
อันนี้หมายถึงคนที่หัวโบราณ ไม่ยอมรับอะไรใหม่ๆ หรือรับได้ยาก เราจะไปสอนเขา เขาก็รับอะไรยากมาก

 

สำนวนไทยที่คล้ายกับฝรั่งก็มีอีกคำว่า
หมาหวงก้าง
คือพวกที่ไม่ชอบ หรือยอมให้คนอื่นมีความสุข หรือได้รับอะไรดีๆ (ทั้งที่ตัวเองก็ไ้ม่ได้อะไรดีด้วย)
ฝรั่งเขาก็เรียกคนแบบนี้ว่า
A dog in the manger

 

นอกจากสำนวน ผมขอพูดถึงแสลงหมาๆบ้าง

a jolly dog คือ คนที่มีความสุข

a sad dog คือ คนที่หลงระเริง และหมายถึง คนที่ก่อความเดือดร้อนไปทั่วด้วย

a sly dog คำนี้ คือ คนที่ชอบแอบออกไปเที่ยวผู้หญิงลับๆล่อๆ (เอาไว้ใช้ด่าไอ้พวกที่แอบออกไปเที่ยวหญิงได้เลยครับ คำนี้)

a dumb dog คือ คนที่เงียบ ไม่พูดไม่จา ในระหว่างประชุม หรือเขากำลังนั่งถกเถียงกัน เรียกได้ว่า มึงมานั่งทำไมฟะ ไม่ออกความเห็นเลย

a lucky dog คือ คนที่โชคดี

dog sleep คือ คนที่นอนๆ แล้วชอบผวาตื่น

dog day คือ วันที่ร้อนจัดสุดของปี (ถ้าเป็นเมืองไทย คงไม่แน่ใจว่าวันไหน แม่งร้อนสุดๆทุกวัน)

 

 

หรือคนอ่านหนังสือหลายคน คงชอบพับมุมหน้าหนังสือที่เราจะคั่น
ไอ้หน้าที่เราพับคั่นหนังสือ เขาเรียกหน้าตรงนั้นว่า Dog-eared

และนอกจากคำนามแสลงที่ผมบอกไว้ คำว่า dog ยังเป็น verb ได้อีกด้วย แปลว่า ไล่หลัง หรือ ติดตาม
ส่วนมากพูดถึงเรื่องไม่ดีที่ติดตามเราอยู่
เช่น
We were dogged by bad luck through-out the journey
เราถูกรุมเร้าด้วยความโชคร้ายตลอดการเดินทาง

 

เพิ่งเติมโดยคุณเจ้าชายน้อยอีกสองสำนวนนะครับ
Dog fight ที่แปลว่า การบินสู้รบกัน ของเครื่องบินขับไล่ เพื่อยิงให้อีกลำตกให้ได้ครับ
พอเห็นคำนี้ ผมเลยนึกถึงคำว่า Cat Fight อีกคำเลย แปลว่า ผู้หญิงตบตีกัน


อีกวลี raining cats and dogs แปลว่าฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตา
ฝรั่งเขาใช้สำนวนหมาแมวแทน คนไทยเราใช้หูกับตา
อย่าถามผมว่าทำไมนะ เพราะผมไม่รู้

วันนี้ขอจบสำนวนหมาๆเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ หลังผมผ่านช่วงยุ่งๆ อีกทีนะครับ

Hot dog มันไม่เกี่ยวกับหมานะจ้ะ