Cross-Culture

 

เอนทรี่นี้ผมเขียนขึ้นมา ไม่ได้เป็นการเหยียดผิวเป็นตัวอย่าง หรือการชี้โพรงว่าต้องเหยียดเขาอย่างไร

เราต้องระวังเรื่องนี้ให้มากๆเลยครับ

ขนาดผมเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา ก็ต้องเขียนให้ระวังเป็นพิเศษ

 

ที่อัพเรื่องนี้มาให้เพื่อนๆได้อ่าน ก็เพื่อให้ได้เป็นความรู้กันอีกแล้ว แต่เรื่องนี้เจาะประเด็นไปตรงที่ การเหยียดสีผิว (Racism)

 

 

ปกติแล้ว คนผิวสี ในอเมริกาเอง เราก็ควรเรียกพวกเขาว่า 

 African American

 หรือจะไปเรียกพวกเขา ว่า Black People ก็ไม่ได้เหยียดผิวอะไร

ความจริงอาจจะไม่ได้เหยียดผิว แต่คนผิวสีบางคนอาจจะเซนส์สิถีบบบ ก็มีนะ

 ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย ควรเรียกพวกเขาแบบคำแรก African American จะดีที่สุดครับ

 

อีกหนึ่งคำเลยที่ผมยังเห็นคนไทยไปเรียกเขา โดยหารู้ไม่ว่าไม่ควรมากๆ

คือคำว่า นิโกร

คำนี้เห็นได้ยินทางทีวีด้วยนะครับ นักร้องลูกทุ่งบ้านเรา ขึ้นไปรับรางวัล อะไรซักอย่างในทีวี แล้วกล่าวเอ่ยขอบคุณใครซักคน แล้วก็บอกว่า "... พี่เขาเป็น นิโกร"

ผมทราบดีว่าคนพูดแค่ไม่รู้ ก็เลยไม่ได้ตั้งใจจะเหยียดผิวหรอกครับ แต่ถ้าเขารู้จักว่าคำนี้ไม่ควรออกจากปากเลยจะดีกว่า

 

 คำแสลงอย่าง nigga หรือ nigger

คำนี้ถึงแม้เราจะได้ยินในหนัง หรือคนผิวสีพูดใช้กันเองมากเป็นประจำวัน อย่างกับทานอาหารวันละสามมื้อ แต่ถ้าเขาได้ยินจากหู ว่าคำนี้ออกจากปากคนที่ไม่ใช่ผิวสี ก็ อาจจะนำไปสู่ดงตีนของพวกเขาได้

อีกคำที่ถูกเรียกคือ Color People

 

บางครั้งผมเองก็รู้สึกไม่ดีซักเท่าไหร่ที่ผมได้ยินญาติผู้ใหญ่ของผมเอง เรียกพวกคนผิวสีว่า

ไอ้มืด

 เช่น

"ระวังนะ ไปกิงข้าวแถวนั๊ง มังมีพวกอ้ายมืด เยอะน้า" (ญาติๆในอเมริกาบางคนเชื้อจีนเลยพูดไม่ชัด แบบนี้นะ)

 อันนี้เป็นเรื่องจริงนะครับ คือญาติผู้ใหญ่ผมบางคน อาจจะมองภาพรวมคนผิวสี ดูน่ากลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ มันก็เป็นเรื่องจริงครับ คนผิวสีที่เป็นแกงค์เป็นนักเลงในย่านบางย่านมันน่ากลัวจริงๆ

แต่ผมเองตอนอยู่ที่อเมริกาก็มีสนิทๆอยู่สองคนที่เป็น African American 

 

คนหนึ่งผมมักเจอหน้าเขาเป็นประจำทุกเช้า เวลารอรถบัสไปเรียน

 เวลาที่เจอปั๊ป มันก็ต้องทักทายผมแบบนี้ทุกครั้งเลยครับ

"Hey Narut! Wassup bro!! How you doing!" 

"Yo What's up Narut!"

"A-yo, what's cracking? man!"

ประมาณนี้เลยครับ มาแบบนี้ทุกครั้งที่เจอหน้าเลย (ที่อเมริกา เพื่อนๆจะเรียกชื่อจริงผมว่า Narut นะครับ)

และการทักกันของเพื่อนคนนี้ มันไม่ได้แค่ทักด้วยวาจาอย่างเดียวนะครับ

มันต้องมีการ แท็คมือ ทุกครั้งด้วย ประมาณเอามือมาตบกัน เมื่อมือตบกนแล้วก็จะงอนิ้วเข้าหากัน เพื่อดึงฝ่ามือต่อฝ่ามือของอีกคนเข้าแนบเนื้อกับมือเรามากขึ้น (ทำไมอธิบายสยิวๆจัง)

 

ส่วนคนหนึ่ง ผมจำได้ว่าชื่อ Sham ครับ ชอบติดรถผมกลับหอด้วยกันประจำเวลาเจอกันตอนเย็นครับ คือถ้าไม่เจอตอนเย็นมันก็ชอบนัดแนะไว้ก่อนล่วงหน้าว่า เฮ้ยเดี๋ยวเลิกเรียนกี่โมงแล้วรอด้วยนะ จะติดรถกลับ

อยู่ที่อเมริกาบางครั้งฝรั่งบางคนชอบมองเหมารวมหน้าเอเชียอย่างเราเป็นคนจีนครับ 

ครั้งหนึ่ง ผมเดินแวะไปหามันที่หน้าห้องพักไอ้แชม เพื่อจะชวนออกไปหาอะไรกิน


ก๊อก ก๊อก ก๊อก...   (ไอ้ก๋องเคาะประตู)

ขะหลุก ขลุก ขลัก ตึง ตึง ตุ๊บ     (เสียงอะไรว่ะ ในห้องมัน)

 "แชมมมม!!! you're in there? dude!!"  ก๋องลองตะโกนเรียกอีกรอบ

".........."         (เงียบ ไม่มีเสียงตอบ)

" Shammm~"

ซักพักประตูก็เปิดช้าๆ แง้มๆด้วยความห่างแบบให้เห็นแค่ลูกกะตาโตๆ ลูกหนึ่งที่ส่องมองผมมาจากข้างในห้อง

 คนที่ส่องมองผม หันขวับเข้าไปทางในห้องแล้วตะโกนเป็นเสียงผู้หญิง 

 

Sham!! A Chinese guy is looking for you!!

ไอ้ห่าาาา กูเคืองนะเว้ย ทำไมเรียกกู Chinese guy อย่าให้ต้องล้อบ้างนะ ตะกี้พวกเมิงสองคนกำลังทำภารกิจกันอยู่สิท่า

 

ไอ้เพื่อนแชมคนนี้คือคนที่โชคดีคนหนึ่ง หรือโชคร้ายก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ เมื่อตอนที่ผมย้ายออกจากเมืองนิวยอร์กแล้ว ผมยกรถเก่าบุโรทัง (คันเดียวกับที่มันขอนั่งติดไปกลับโรงเรียนด้วยประจำนะแหละ) ยกให้มันทั้งคันเลย เหตุเพราะผมขี้เกียจโทรบริษัทเก็บวัตถุโบราณนำไปประเมินราคาที่ไม่น่าจะเยอะอะไรไป ก็เลยพาเพื่อนคนนี้ไปเซ็นเอกสารยกมรดกของผมให้มันไป 

 

------------------------------------------------ 

เอาล่ะ ฝอยมากแล้ว เข้าเรื่องหลักของเอนทรี่นี้กันดีกว่า

คนผิวสี ชอบถูกมองเหมารวม หรือที่เราเรียกว่า การ Stereotype นะครับ 

ว่าคนผิวสีชอบทานสิ่งต่างๆเหมือนกัน

และอาจเป็นที่มาของการเหยียดผิวขึ้นมา

 สิ่งของต่อไปนี้ผมยกขึ้นมาจากที่ฝรั่งมองเหมารวมคนผิวสี แต่ความเป็นจริงควรมีพิจารณญาณในการอ่านเองนะ

 

อันดับ 1

ไก่ทอด Fried Chicken

ใช่แล้วครับ ยิ่งถ้านึกถึงไก่ทอด หากอยู่ที่อเมริกา คุณก็ต้องนึกถึงไก่ทอด KFC

ไม่เหมือนบ้านเราที่อาจจะนึกถึงข้าวมันไก่ทอดก็ได้ ไก่ทอดหาดใหญ่ก็ได้(แต่กรุงเทพก็ขาย) ไก่ทอดกับข้าวเหนียว เป็นต้น

มีโฆษณา KFC ของประเทศออสเตรเลีย เคยทำคอมเมอเชียลทางทีวีอันหนึ่งแล้วตกเป็นที่วิพาร์กกันว่า นี่คือโฆษณาเหยียดสีผิว ผมขอนำเสนอโฆษณานั้นให้ดูเลยครับ

 

นี่คือโฆษณา KFC ที่เคยตกเป็นประแสถกเถียงกันครับ เพราะเหมือนว่าฝรั่งหัวทองคนหนึ่งไปนั่งชมเกมคริกเก็ตแล้วชาวแอฟริกัน (ที่คราวนี้คงไม่อเมริกัน) ต่างร้องรำทำเพลง แต่พอให้ไก่ทีก็สงบได้ พร้อมพูดว่า Too easy

เอาละก่อนจะมาเขียนอธิบายเรื่องนี้ ผมเองก็ต้องไปค้นคว้าให้ดีก่อน ก่อนจะนำมาเขียนลอยๆได้

จึงต้องไปถามพี่กูเอาว่า "Why do black people love fried chicken?"  พยายามมองหาคำตอบจากหลายๆที่

ได้คำตอบมาเยอะนะครับ แต่ก็ไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่ามาจากอะไร ของแท้แน่จริง และดูน่าเชื่อถือได้

แต่คำตอบที่ได้ส่วนมากคือ "ใครๆก็ชอบกินไก่ทอดทั้งนั้นแหละ"

 

เสริมอีกนิดคำว่าน่องไก่ ภาษาอังกฤษเราเรียกมันว่า Drumstick ผมเดาว่าที่มาเพราะรูปร่างมันคงเหมือนไม้กลองละมัง

------------------------------------------------

อันดับ 2

แตงโม Watermelon

นี่เป็นอีกไอเทมหนึ่งที่ถูก Stereotype ว่า คนผิวสีชอบกินแตงโม ไม่แพ้ไก่ทอดเลย

watermelon_white_house.jpg

 ภาพนี้ผมนำมาจาก Suntimes ครับ ถ้าคนไทยที่เห็นภาพนี้อาจจะไม่เข้าใจเหมือนที่ฝรั่งเห็น

ภาพของทำเนียบขาว ที่ข้างหน้ามีไร่แตงโมอยู่ ฝรั่งมองเห็นก็พูดได้คำเดียวครับ

เหยียดผิว

เพราะในทำเนียบขาวตอนนี้ก็มีบารัค โอบามาอยู่ในตำแหน่ง การทำภาพแบบนี้ขึ้นมา คือการเหยียดผิวเลยละครับ

ภาพๆนี้มีข่าวที่มาจาก นายกเทศมนตรี Dean Grose เมือง Los Alamitos ในรัฐ Big Orange (แสลงครับ แสลงของรัฐที่มีผู้ว่ารัฐล่ำบึ่กคนดังนั่นแหละ) ได้ส่งเมล์ภาพนี้ให้เพื่อนร่วมงานหลายคน แต่เจ้าตัวก็ออกมาขอโทษ บอกว่าไม่ได้เจตนาที่จะเหมารวม หรือเหยียดผิวประธานาธิบดี ที่ทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ถึงแม้เจ้าตัวจะคิดว่าเป็นการล้อเล่น ตลกๆ แต่สำหรับคนผิวสี อาจจะมองว่า ไอ้นี่แกว่งเท้าหาตีนซะแล้ว

 

สองไอเทมแรกนี่จัดเป็นไอเทมยอดฮิต ที่เราควรระวัง ไม่ควรนำไปเล่นกับคนผิวสีนะครับ

แต่สรุปแล้ว ที่ผมหาข้อมูลจากกลุ่มคนผิวสีเอง คนผิวสีออกมายอบรับอยู่ดีว่า พวกเขาก็รักที่จะกินไก่ทอดและแตงโม มีใครบ้างล่ะที่ไม่ชอบ?

--------------------------------------------

 

อันดับ 3

Kool-aid

เครื่องดื่มยี่ห้อ Kool-aid อ่านว่า คูล-เลด นะครับไม่ใช่ คู เอด

เป็นผงบรรจุในซอง ใช้ผสมน้ำ ก็ได้น้ำหวานรสต่างๆ หวานเย็นชื่นใจดื่มได้แล้วง่ายๆ

ผมลองนำคำว่า Kool-aid ไปดูความหมายในเว็บประจำของผม Urbandictionary.com

ได้ความหมายว่า

The water of the ghettos, The universal drink of the hood, What black people love to drink.

 จากความหมายทำให้เดาได้ว่าทำไมภาพลักษณ์ของผงผสมเครื่องดื่มนี้จึงมักถูกชอบโดยคนผิวสี

น่าจะมาจากเพราะราคามันถูกนั่นเองครับ

 

นอกจากเครื่องดื่ม Kool-aid

ก็ยังมีน้ำอีกชนิดคือ

 

น้ำโซดาองุ่น หรือ

Grape Soda

อันนี้เท่าที่ค้นคว้าดูข้อมูลยังมีน้อยมากครับว่าทำไมจึงจัดเป็นไอเทมเหยียดผิวได้ ไม่เหมือนกับ 2-3 อันดับแรกที่ผมจัดมา

งั้นขอจบแค่นี้ละกันนะครับ

เรามาดูแบบมีเดียกันบ้างดีกว่า

 

 

อันนี้อาจจะทำเพื่อล้อเลียนตลกๆ คนดูอาจจะไม่คิดอะไรมาก

ส่วนภาพนี้ เหยียดผิวไหม

เหยียดครับ

 มาดูพี่เก้บคนโปรดของผมเล่าเรื่องตลกในเรื่องที่เกี่ยวข้องบ้าง

 

เมื่อดูวิดีโอนี้ พี่เก้บพูดถึง Bar-B-Q potato chips กับ โปสการ์ดฮัลโลวีน

ถามว่าแล้วโปสการ์ดฮัลโลวีนมันเกี่ยวอะไรกับการเหยียดผิวด้วยละพี่

คือโปสการ์ดที่พี่เก้บแกล้งเพื่อนนั่นเป็นรูปของผี 

มันเป็นชุดคล้ายๆเหมือนของพวกกลุ่ม KKK หรือที่เรียกเต็มๆว่า Ku Klux Klan

กลุ่มคนหัวรุนแรงที่เกลียดคนผิวสีมากๆ พวกนี้น่ากลัวมากๆเลยครับ

แต่ถ้ากลุ่มแบบรูปภาพนี้มา ถ้ามานี่คงน่ากลัวมากกกกเหลือเกิน

 

*เห็นไหม ทั้งเอนทรี่ผมจะเรียกคนผิวสีว่าคนผิวสี จะไม่ใช้คำว่า พี่มืด คนดำ หรืออะไรแบบนี้

-------------------------------------------------

ของแถมนอกเรื่อง

คำศัพท์ของแถมที่เคยพูดไปแล้ว Fire Truck เอาไปนำไปทำเป็นเพลงซะงั้น 

 

 

ช่วงนี้ ผมกำลังชอบดูโชว์ของคนๆหนึ่งมากครับ

 ผมเพิ่งรู้จักไม่นาน นี้เอง แต่คิดว่าคงดังมากน่าดู ในอเมริกา

นามสกุลเขาคือ Iglesias ครับ

 

โห่ยยย Enrique Iglesias เหรอ ใครเขาก็รู้จักกันทั่วโลกแล้ว พ่อคู๊ณ

..

..

.. 

 

ไม่ใช่แล้ว!!!

คนละคนกัน!!!

 

เขาชื่อ Gabriel Iglesias ครับ เป็นนักพูด Stand-up Comedy(เหมือนโน๊ต อุดม)

ความสามารถพิเศษ ของพี่ตุ้ยนุ้ยคนนี้คือการทำเสียง หรือ beatbox หรือเสียง effect ขับรถ รถเบรก หวอตำรวจ ในการประกอบการเล่า

ดังแค่ไหน ลองเข้า ยูตุเบ่ะ แล้วช่องเซิชแค่พิมพ์สองตัวอักษร   ga ก็

แบมมมม

 

ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่มันเดาว่าคุณน่าจะเซิชคำนี้

 

 

ถ้าคุณคิดว่าฟังไม่ออก จะไม่ตลก ขอให้ลองฟังดูก่อนนะ สำเนียงเขาจะเป็น American Mexican นะครับ

 (เอดดิตพร้อมคำแปล)

 

จุดประสงค์ของเอนทรี่นี้ คือฝึกการฟัง ฉะนั้นฟังไม่เข้าใจ กรุณาดูซ้ำๆ ฟังต่อไป

 

 

 

สำหรับคนที่ฟังไม่ออก
ผมเองก็อยากเขียน ให้หมดนะ แต่มันจะเยอะเกินไปนิด ไม่จำเป็นละมัง ผมขอข้ามไปตอนเล่ามุข และมีคำศัพท์น่าสนใจที่ Street English ช้อบชอบ เลยละกัน

 ข้ามเรื่องมุข รถเต่าไป

 วินาที ที่ 34

 People wonder why do I wear Hawaii shirt?

I've always worn Hawaii shirts.

Bottom line is simple. Why do I wear them? Psh! cos they're fit!

 

They're colorful and I'm sorry. When you wear a Hawaii shirt and you living in a ghetto, people don't think you are up to no good.

You're not a gang member wearing a Hawaii shirt. Nobody is gonna take you serious. you know.

Where're you from?

Oh Honalulu eh..

 

หลายคนสงสัยทำไมผมชอบใส่เสื้อฮาวาย ก็ผมใส่มันเสมอแหละ
คำตอบง่ายมาก เพราะผมใส่มันได้พอดีไง

มันมีสีสัน และขอโทษนะครับ หากว่าคุณใส่เสื้อฮาวาย และคุณอาศัยอยู่ในย่านสลัม ไม่ีมีใครคิดว่าคุณเป็นคนไม่ดีหรอก
คุณคงไม่ได้เป็นสมาชิกแกงค์ ใส่เสื้อฮาวายหรอก ไม่ีมีใครเขามาหาเรื่องคุณแน่ แบบ คุณมาจากไหนนะ? โอ้ โฮนาลูลู เอ้...

ข้ามไปมุข นาทีที่ 1.17 เลยนะครับ

 Every time I get on the plane,there's always been drama. Always.

One time I'm flying to Florida. And our plane got hit by a lightning.

Un huh... The plane dropped 600 feets, straight down.

It's better than any ride you've ever been on.

 

I don't care who you are.

You could have been friggin doing 20 years in prison. You've killed a hundred people.
You could be a badest, toughest ever.

When you are in the plane and it's just ...(click) drop out of the sky.

Ah wooo......I was gay for 5 seconds

I'm not a liar.. อ๊า~!!!!!!!! กรี้ดดดดด

 

Oh i was a Broke back Mexican. Yes I WAS!

 

ทุกๆครั้งที่ผมขึ้นเครื่องบิน มันต้องมีเรื่องดราม่าๆเสมอเลยครับ ย้ำ เสมอเลย
ครั้งหนึ่งผมบินไปฟลอริด้า แล้วเครื่องบินของเราก็ถูกฟ้าผ่า ใช่ครับ เครื่องของเราตกลง 600 ฟุตแนวดิ่ง

โอ้โหย คุณเธอว์ มันดีกว่าเครื่องเล่นสวนสนุกที่ไหนที่คุณเคยขึ้นมาทั้งหมดเลย

ผมไม่สนหรอกนะว่าคุณเป็นใคร

คุณจะเป็นฆาตกร 100 ศพ ติดคุกมาแล้ว 20 ปี  เป็นคนสุดเลว สุดบึกบึนแค่ไหน
เมื่อเครื่องบินคุณตกจากท้องฟ้าละก็...

คุณเป็นเกย์ไป 5 วินาทีเลย กรี้ดดดดดด

โอ้ ผมกลายเป็น เก้งเม็กซิกันไปเลย (Broke back Mexican)

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

 

วันนี้ไม่ขอแปลทั้งหมดนะครับ แต่ขอไฮไลท์ ศัพท์และสำนวนเจ๋งๆ จากคลิปนี้เลยละกัน

 Bottom line - แปลตรงๆ แปลว่าบรรทัดสุดท้าย เมื่อใช้เป็นแสลง หมายถึง คำตอบ คำสรุป

 Ghetto - ศัพท์ Hip Hop ครับ ย่าน คนจน หรือ สลัม

up to no good - สำนวนนี้น่าจำครับ แปลว่า ทำตัวเลว หรือ ไม่ดี เช่น I'm not up to noo good. He is up to no good.

 drama - คำนี้ไม่รู้แปลยังไง แต่คิดว่าทุกคนเข้าใจอยู่แล้ว

frinngin' - ผมเคยเขียนแล้วในเรื่อง "Gosh คือ พระเจ้า... Heck คือ นรก..." มันเป็นการผันจาก fucking ส่วนอยากรู้จักคำว่า Fucking โปรดย้อนกลับไปอ่าน เอนทรี่เรื่อง F**K YOU

 

คำเด็ดประจำวันนี้และคลิบนี้

Broke back
แปลว่า เกย์ แสลงครับ แสลง ยังมีคำเรียกเกย์อีก เช่น queer homo หรือ gay เคยเขียนแล้วในเอนทรี่เรื่อง คำด่าผู้หญิง

 

 -------------------------------

ไปค้นหาดูวิดีโอของ คุณตุ้ยนุ้ย นี้ได้อีกใน Youtube ได้นะครับ สนุก และ ฮามากเลย

ผมขอแถมให้วิดีโอเลยนะ ถ้าใครอยากให้เขียนบทตลกนี้อีก คอมเมนท์บอกนะครับ จะมาอัพให้อีกหลายเอนทรี่ให้หลังละกัน

 

 

หลังดูคลิปนี้เสร็จ เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าเสียงในตอนไตเติ้ลมาจากไหน

ล่าสุด ผมสั่งซื้อดีวีดี จากอเมริกา ส่งมาเมืองไทย เรียบร้อยแล้ว รอของส่งมาอยู่ อยากดูเต็มๆ จังเลย...

อนาคต น่าจะได้เป็นดาราหนังแน่นอน คนนี้ (เหมือนดาราตลกหลายคนทั้ง Adam Sandler, Chris Tucker, Martin Lawrence และอีกหลายคนก็ดังจากการพูดเวทีนี่แหละ)

อ่านเสร็จ

 

วันนี้คุณโหวต 3 คะแนนให้ Street English แล้วหรือยัง?

 

 

โหวต 3 คะแนน ให้ Street English อย่าลืม Register ก่อน

http://www.thailandblogawards.com/viewblog.php?u=http%3A%2F%2Fstreetenglish.exteen.com

 

 

 

วันนี้ขอมาเมาท์ให้หายคันปากบ้าง ได้ถือโอกาสเปิดหมวดหัวเรื่องใหม่อีกแล้ว
แต่ว่าทำไมบลอคนี้มีหมวดหัวเรื่องเยอะจริงๆเลยนะเนี่ย
แต่ไม่ต้องห่วงจ้า ยังสรรหาสาระมาเล่าสู่กันฟังเหมือนทุกๆครั้งแน่

วันนี้ ขอว่าด้วยเรื่องการทานอาหารข้างนอก ที่อเมริกา หรือ Eat out นั่นเอง

 

 

คนอเมริกัน เป็นคนที่ชอบกินข้าวนอกบ้านบ่อยเหมือนกันครับ เนื่องจากความสะดวก

ร้านอาหารในเมือง จะมีความหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ฟาสท์ฟูด หรืออาหาร บัฟเฟต์
และอาหารประจำชาติต่างๆ ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น อิตาเลียน เม็กซิกัน หรือ ไทย เรียกว่ามีให้กินได้ทุกอย่าง
ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่ๆ (แต่นอกเมืองก็น้อยหน่อย)

แต่ปัญหาของชาวอเมริกัน 1 ใน 4 คือ น้ำหนักเกิน (Overweight) ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติของที่นี่ ที่แก้กันไม่ตกเลยทีเดียว

และนิสัยการกินเขาก็ไม่เคร่ง ไม่ว่าคุณจะนอนกิน เดินกิน นั่งกิน กินกลางทราย และอาหารที่พบเจอ
ได้ง่ายที่สุดก็เป็นพวก Junk Food อาหารขยะ ที่มีน้ำตาลเยอะ หรือน้ำอัดลม

 

 

ขอเสริมอีกเรื่องหละ เวลาเราไปกินอาหารในร้านอาหารเนี่ย ที่อเมริกาเขาเสิร์ฟ Portion ขนาดที่ใหญ่มากๆ เลยหละครับ
ประมาณว่าสั่งมาที กินได้ถึง 2-3 คน เลยยังได้ (อยู่กินที่นี่ ผมอ้วนปุ๊ปปั๊ปกันเลยทีเดียว)

ฉะนั้น ที่นี่เราจะกินไม่หมดก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะเป็นปกติมากสำหรับคนที่นี่
ที่เขาจะกินเหลือ กลายเป็น Leftover food
ฉะนั้น ก็จะมีพระเอกนามว่า Doggy bag แปลว่าไอ้ถุงหรือกล่องห่อข้าวกลับบ้าน นี่แหละ มาช่วยเรา เอากลับไปเก็บกินที่บ้านได้ต่อ
ขอบอกว่าการทำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรียกว่าธรรมดาเท่านั้นนะ มันเรียกว่า "น่าจะเป็น" เลยหละ

หมายเหตุ: ที่เขาเรียก Doggy bag มันสืบเนื่องมาจากเอาไปให้ Pet สัตว์เลี้ยงไปทาน แต่เขาก็เอาศัพท์นี้มาใช้ ถึงแม้เราจะเอาไปกินเอง เอ้ะ หรือว่าเราเป็นหมา

 

 

ก็ตลกดี ตอนที่แม่ผมแวะมาเที่ยวอเมริกานะ มาเยี่ยมพี่สาวของผม แล้วเราก็ไป ลอส แอนเจอลิส กัน
เราก็ไปกินร้านอาหารไทย ในเขต Thai Town ย่านถนน Hollywood นะแหละครับ (นี่เป็นเมืองที่มีคนไทยไม่น้อยกว่าแสนจริง)


เราก็สั่งอาหารกันมาคนละจานครับ แม่ผมสั่ง ข้าวขาหมู ผมสั่งเย็นตาโฟ ส่วนพี่สาวผมอยากกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือ มาก แบบว่าไม่ได้กินมาเป็นชาติ แถมด้วยลูกชิ้นเนื้ออีกจาน
พออาหารมา แม่ผมก็ตะลึงในขนาดเสิร์ฟของมัน และแม่ก็นะ เสียดาย บอกว่า
"แม่กินไม่หมด ก๋องช่วยแม่กินหน่อย" (ไอ้เรายังกินชามตัวเองไม่หมดเล้ย..)

พี่สาวผมบอกเลย

"Mom, we eat for pleasure, not to get sick"

เรากินเพื่อสุข ไม่ได้เพื่อป่วยนะแม่


นี่ไงเย็นตาโฟของผม และก๋วยเตี๋ยวเรือของพี่ มันใหญ่จริงๆนะ เท่ากับ 3 ชามเมืองไทยเลย

 

เรื่องที่สำคัญมากๆๆๆๆๆ เรื่องนึงของการกินอาหารข้างนอกคือ การให้ทิป "Tip" ครับ

เพราะอาชีพพนักงานเสิร์ฟ waiter หรือ waitress เป็นอาชีพที่ค่าจ้างจะน้อย แต่รายได้หลักจะมาจากการทิปของลูกค้า (ความจริงก็เยอะใช้ได้)

ซึ่งสำคัญมากๆ ที่เปอร์เซนท์ของการให้ทิป ต้องประมาณ 10-15% ของราคาอาหารมื้อกลางวัน
และ 15-20% ของราคาอาหารมื้อเย็น ถ้าเราให้ต่ำกว่า 10% แสดงว่าเป็นการบอกเขาว่า เขาบริการแย่
แต่ถ้าเราสั่งกลับบ้าน Takeout ก็เสียน้อยหน่อย หรือไม่เสีย เว้นแต่ Delivery ควรเสียพนักงานส่งหลีกเลี่ยงไม่ได้

หมายเหตุ Takeout เป็นคำอเมริกัน Take-away เป็นคำอังกฤษ

ขอเล่าเรื่องๆหนึ่งให้ฟัง มีน.ร.ไทยในต่างแดนคนหนึ่ง ก็ไปรับประแดก อาหารในร้าน พอกินเสร็จก็ไปจ่ายเงิน
(ด้วยความไม่รู้) ก็ไม่ได้ให้ทิปไป พอเดินมานอกร้าน บ๋อยเขาก็วิ่งมานอกร้าน มาตามเด็กคนนั้น แล้วถามว่า
เขาทำอะไรผิดหรือ?

เอานะเรื่องนี้ก็ขอเล่าให้ฟังกันไป หากใครมีโอกาสไปอยู่อเมริกา ก็จำเป็นต้องปรับตัวตามวัฒนธรรมเขาหน่อย

 

 

 

 

อีกเรื่องที่จะเล่าให้ฟังคือ ที่ร้านอาหารที่นั้น เขานิยมวางบิลให้ก่อนกิน แต่ถ้ารีบ ให้เขาเอามาวางไวๆ

ต้องบอกเขาว่า Check please! หรือ Bill please!! นะครับ อย่างใดอย่างนึง

คนไทยมาเลย ชอบใช้ผิดๆ เอาทั้ง check ทั้ง bill มารวมกัน บอก Check bill! ผิดๆๆๆๆๆๆ ขอขีดฆ่าซะ

หมายเหตุ Check เป็นคำอเมริกัน ส่วน Bill เป็นคำอังกฤษ

 

 

วันนี้ขอจบเรื่องอาหารการกินเพียงเท่านี้ ความจริงผมเมาท์เรื่องกินๆได้อีกเยอะ แต่ไว้คราวหน้านะ