เที่ยวศาลเจ้า Tsurugaoka Hachimangu
ไหว้พระใหญ่กลางแจ้ง คามาคุระ
และหาของทานราเมงมิวเซียม ณ โยโกฮาม่า
ไชน่า ทาวน์แห่งโยโกฮาม่า
ตอนที่แล้ว
เที่ยวญี่ปุ่น แบบbackpacker วันที่ 1 (โตเกียว)
เที่ยวญี่ปุ่น แบบbackpacker วันที่ 2 (โตเกียว)
วันนี้จะเป็นวันที่เริ่มใช้บัตรรถไฟ JR Pass ที่ซื้อมาจากประเทศไทยแล้วในราคา 10200 บาทแล้วครับ
เราจะใช้บัตรนี้ในการเดินทางไม่จำกัดเป็นเวลา 7 วันจนถึงวันจะกลับสนามบินกันเลย
สุดยอด Priviledge ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่คนญี่ปุ่นไม่สามารถหาได้ครับ
หน้าตาของบัตรที่ว่าละครับ (ขอยืมรูปจากGoogle ก่อนนะครับ พอดีรูปตัวเองอยู่ในเครื่องเล่น dvd ที่เพิ่งถอดออกจากคอม แล้วลืมเอาออก)
สำคัญกว่าเอกสารทั้งปวงเลยทีเดียว ต้องเก็บรักษาระวังให้ดีที่สุดเลยครับ!!
พาสปอร์ทหายยังติดต่อทำใหม่ได้
แต่ไอ้บัตรนี้หาย น้ำตาตกสถานเดียว หาซื้อใหม่ในญี่ปุ่นไม่ได้แล้วครับ ต้องเสียค่าเดินทางเอง หรือไม่งั้นเลิกเที่ยวแล้วกลับบ้านดีกว่า เพราะค่ารถไฟข้ามจังหวัดนี่และการเดินทางไปเที่ยวที่อื่นๆคงจบเลยสำหรับผม
-------------------------------------------------
ถึงเวลาแล้ว เราเริ่มเดินทางออกจากโตเกียวครั้งแรกกัน
จุดมุ่งหมายของเราวันนี้คือ Yokohama และ Kamakura
ตอนแรกผมแพลนว่าจะไปโยโกฮาม่าก่อน แต่คิดดูใหม่ว่าเราเที่ยวค่ำๆก็ได้ เพราะคามาคุระเราเที่ยวแต่พวกวัดและศาลเจ้า ฉะนั้นไปที่นั่นก่อนดีกว่า
แต่ก่อนออก ต้องเติมพลังตอนเช้าก่อน ผมบังเอิญเจอร้านราเมง แบบยืนกิน ในสถานี ก็เลยของลองยืนกินกับเขาบ้าง เอาบรรยากาศ

แต่ต้องกดเลือกก่อนนะครับ งานนี้ก็เสี่ยงเซียมซีเอาละกัน
กดมั่วครับ
ได้อะไรมา ก็กินไป
เอาไปยื่น แล้วรอรับออเดอร์เลยครับ
ท้องอิ่มแล้วก็เดินทางกันเลย ระหว่างทางนั่งไปทางโยโกฮาม่า ผมมองไปเห็นฟูจิด้วยครับ
ภาวนาว่า วันพรุ่งนี้ ขอให้ได้เห็นเต็มๆ สวยๆ (มาลุ้นกันว่าจะได้เห็นไหม)
------------------------------------------
ถึง Kamakura แล้ว
ตรงไปสอบถาม Tourist Information เพื่อขอคำแนะนำในการเที่ยวเลยครับ ว่าไป
ศาลเจ้า Tsurugaoka Hachimangu
เดินจากสถานีแปปเดียวก็สังเกตุเห็นโทริอิใหญ่ๆได้เลยครับ โชคดีที่ถามหนุ่มหล่อกับแฟนสาวแถวนั้นว่ามาทางไหน พูดอังกฤษได้ด้วย
กลุ่มเด็กอนุบาล ประมาณ สิบกว่า คนแถวนั้นมาทัศนศึกษา คาวาอี้ มากเลยครับ
เขาว่า ถ้าตรงนี้ซากุระบาน จะงามมากเลยครับ
ผมสอบถามคนแถวนี้ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลาบาน
เดินมาเรื่อยๆจะเจอโทริอิ ที่สอง ก็
ถึงหน้าศาลเจ้าแล้ว มีอะไรสวยๆให้ถ่ายเพียบเลย
ถังหมักสาเกครับ
เจอคู่แต่งงานมาทำพิธีครับ โชคดีจังเลย แต่ถ่ายรูปไม่ถนัดเลย อยู่สูงจัง
เจ้าบ่าว และ เจ้าสาว ครับ
------------------------------
หลังจากชมศาลเจ้า จนพอใจก็ต้องไปที่สำคัญที่พลาดไม่ได้หากมาคามาคุระ
นั่นคือ พระใหญ่ ไดบุทสึ กลางแจ้ง
ท้องฟ้าเป็นใจให้ถ่ายจริงๆครับ จะถ่ายมุมไหนยังไง ก็ดูสวยจริงๆ
--------------------------------------
เอาละ ได้เวลาบ่ายแล้วครับ ตอนนี้เราต้องการย้อนกลับไปโยโกฮาม่า เพื่อไปหาราเม็งที่นั้นทานกันแล้ว
พอไปถึงก็ถามคนแถวสถานีทันทีว่า
Ramen Musuem
ไปทางไหน
มีสาวคนหนึ่งบกทางผมให้ไปทางขวา ไรท์โตะ นะ
ปรากฏว่าเธอบอกทางผมผิดให้เดินอ้อมไปซะไกลมากเลยครับ
แต่ก็ย้อนกลับมาเจอจากการถามคนอื่นๆต่อไปบนถนน เสียเวลาและแรงกายไปเยอะเลยทีเดียว
มีชามสีเขียวเป็นจุดสังเกตุ ว่านี่คือ Ramen Museum
ผมเจอเพื่อนแล้วครับ
บรรยากาศข้างใน ออกมืดๆเก่าๆ ทำให้ผมรู้สึกสมัยสงครามโลกอยู่เลย
ท้องฟ้าสีแดง ดูน่ากลัว ว่าเครื่องบินจะมาทิ้งระเบิด
ตรงนี้มีร้านตัดผมละมัง (จำลองนะ)
พี่ๆ.... เอาเรื่อง The Terminator สองใบนะ..
บัวขาว กำลัง ต่อยอยู่รึเปล่านะ!?
จะผ่านแถวนี้ ต้องมีค่าคุ้มครองนะน้องนะ
เมียจ๋า พี่อยู่ญี่ปุ่น อยู่ แวะมากินราเม็ง
เส้นเล็กน้ำตก รอแปปนึงน้า เดี๋ยวทำของคนนี้ก่อน.........
เอาหละ อาหารเย็นก็อิ่มไปกับราเมงชามเบ้อเริ่มแล้ว (ขออภัยไม่ได้โพสรูปอาหาร ให้ยั่วน้ำลาย)
------------------------------------
China Town in Yokohama
เขาว่าไชน่า ทาวน์ในเมืองโยโกฮามา เป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ก็อยากไปเดินเล่นแถวนั้นซะหน่อย
มีประตูจีนอยู่หลายที่ ตามหลักฮวงจุ้ย
เหมือนอยู่ฮ่องกง มากกว่าญี่ปุ่นนะ
เสี่ยวหลงเปา ชิ้นละ 90 เยนน่ากินมากเลยครับ แต่ท้องยังอิ่มราเม็งอยู่เลย
ดึกมากแล้ว เดี๋ยวต้องเดินทางกลับโตเกียวด้วยสิ
ก่อนกลับแวะลงไปถ่ายรูป Landmark ของ โยโกฮาม่าซะหน่อยดีกว่า
ขอบอกว่าอากาศเย็นเกินทนจริงๆครับตอนนั้น แต่ก็ทนเพื่อถ่ายรูปตึกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นไว้
กว่าจะกลับโตเกียวได้ เหนื่อยเหลือเกินครับ เดินเที่ยวตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง ห้าทุ่มแทบทุกวัน
เอาไว้มาต่อตอนต่อไปนะครับ
---------------------------------
ค่า ใช้จ่ายวันที่ 3
ราเมง มื้อเช้า 430 เยน
รถบัสไปไดบุทสึ 190เยน * 2 = 380 เยน
ไอติมกดกิน 150 เยน
ค่าเข้าวัดและชมพระ 420 เยน
ค่าเข้าราเมงมิวเซียม 300 เยน
ราเมงที่ Musuem 870 เยน
ค่าน้ำดื่ม 150 เยน
รวม 2,700 เยน
#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2009-05-19 18:32