เที่ยวญี่ปุ่น แบบBackpacker วันที่ 2 (โตเกียว)
posted on 16 May 2009 22:28 by streetenglish
กินปลาดิบตลาดปลาซึกิจิ
ชมซากุระ ณ สวนอุเอโนะ
แวะเยี่ยมพระราชวัง ของโตเกียว
ชอปปิ้งอากิฮาร่าและชิบูย่า
โปรแกรมวันที่สองนี้ คือการเก็บตกย่านในโตเกียวที่เหลือจากเมื่อวานครับ
เพราะว่าไม่งั้นจะไม่มีโอกาสแล้ว เพราะผมตั้งใจจะเริ่มใช้ JR Pass ที่ซื้อมาจากเมืองไทยในราคา 10200 บาทในวันพรุ่งนี้ออกจากโตเกียวแล้ว
ตั้งใจจะเริ่มโปรแกรมแต่เช้าที่ตลาดปลาครับ แต่ตื่นสายไปหน่อย เพราะตั้งแต่สองคืนก่อนบนเครื่องบินก็ไม่ได้นอน แล้วยังเหนื่อยจากการเดินเมื่อวาน
แต่ก็ออกจากที่พักตั้งแต่ 7 โมงครับ แต่พอไปถึงสถานีซึคิจิแล้ว ก็งงว่าต้องไปทิศไหนถึงจะไป
ตลาดปลา ซึคิจิ
มีลุงใจดีท่านหนึ่งขี่จักรยานผ่านมา....
ด้วยความที่เห็นผมคงกางแผนที่ ทำหน้างงๆ ว่าจะไปไหน
แกก็หยุดแล้วทักผมเป็นภาษาอังกฤษเลยครับ "Where are you going?"
โอ้.. ลุงแกใจดีจัง ยังไม่ได้ขอความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือก็เข้ามาหาเอง
แกถามว่า "Are you going to Tsukiji Market? It is that way" แล้วแก็ชี้ไป
ผมก็เลยก้มหัว โดโมะ อาริกาโตะ แกไปหลายที
ลุงแกก็ยังไม่ไป พร้อมบอกกับผมว่า ถ้าจะถามทางเป็นภาษาญี่ปุ่น ต้องพูดว่า ....... วะ โดโกะ เดสก้ะ? และถามราคา ว่า อิคึระ เดส ก้ะ?(ถึงแม้ว่าผมจะพอรู้บ้าง แต่ก็ซึ้งในน้ำใจแก)
เดินไปทิศที่ลุงแกบอก ก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นตลาดแล้วครับ แต่เสียดายที่ตลาดมันวายไปหมดแล้ว
นี่ขนาดเพิ่งจะใกล้ 8 โมงนะครับเนี่ย แต่ก็ยังมีร้านไม่กี่ร้านยังคงเปิดบ้าง
ตลาดปิดหมดแล้ว


ยังไม่วายที่จะแอคท่าและหามุมถ่ายตัวเอง
ตอนเดินมาที่ตลาด ผมเห็นซอยเล็กๆซอยหนึ่ง มีคนมาเข้าคิวหน้าร้านอะไรซักอย่าง
มาเที่ยวแบบนี้ ผมต้องสอดรู้ให้ได้ครับ
อ๋อที่แท้เป็นร้านอาหารขายข้าวหน้าปลาดิบนี่เอง
ที่นี่เป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นทั้งที มีหรือจะไม่ลองทานครับ ไหนๆก็เป็นมื้อเช้าเอาให้อิ่มเพื่อเติมพลังของวันนี้ซะหน่อย
-------------------------------------------------
เริ่มสายแล้ว ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะไปชมซากุระที่
สวนสาธารณะ อุเอโนะ ได้แล้ว
ไม่บรรยายมากครับ ชมรูปดีกว่า
ออกมาจากสวนสาธารณะ ก็เจอกับถนนชอปปิ้งใกล้ๆกัน นั่นคือ
ถนน อะเมโยโกะ
มีทั้งของที่ระลึก ของสด ของแห้ง
เหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็ตะโกนเรียกลูกค้ากันดั่งตลาดสดบ้านเรากันเลย
เจอทาโกะลูกมหึมาด้วย
ก่อนเข้ามาผมก็กินทาโกะยากิไปแล้วกล่องหนึ่ง เลยไม่มีโอกาสซื้อชอมอันนี้ครับ
เข้าไปผมก็เดินไปเรื่อยๆครับไม่ได้ซื้ออะไร ถึงแม้ว่าจะอยากซื้อรองเท้าให้ตัวเองซักคู่ และเครื่องสำอางญี่ปุ่นให้แฟน แต่ก็ไม่กล้าซื้อครับ เพราะเพิ่งเป็นวันที่สองเอง โปรแกรมยังอีกยาวหลายวัน ผมกลัวถังจะแตกก่อน เลยอดทนไว้ยังไม่กล้าใช้จ่าย
แต่เจอขนมอะไรไม่รู้ คล้ายๆ ทะโกะยากิ ก็ไม่ใช่ โอโคโนมิยากิ ก็ไม่เชิง
ถามพ่อค้าว่าเรียกว่าอะไร เขาบอกว่า
" อะเมโยโกะ ยากิ "
ชื่อของถนนนี้นี่นา แสดงว่ามีที่เดียวในญี่ปุ่นสิครับเนี่ย
โอ้ เป็นปลื้มไม่เสียเที่ยวแล้ว
---------------------------------------
หลังจากเดินทะลุถนนแล้ว ผมก็หลงทางครับ หาสถานีรถไฟที่เป็นของ Metro ไม่เจอ จะให้ย้อนกลับทางเก่าก็ไกลจัง
ก็ต้องเดินถามคนไปทั่วครับว่าจะไปขึ้นที่ไหน แต่ไม่ว่าใครอธิบายทางมายังไง ผมก็ต้องเดาอยู่ดีเพราะฟังเขาไม่ออก แต่ในที่สุดก็เจอ
พอถึงสถานีที่ว่าให้ลง ผมก็ต้องเดินอีกไกลเลยครับกว่าจะไปทางออกที่มันบอกว่าเป็นพระราชวัง
(ในใจคิดว่า นี่ต้องเดินกันให้ขาเดี้ยงอย่างนี้ต่อไปอีก 8 วันเลยรึเปล่านะ)
พอออกจากทางออกก็ โอ้โห ทำไมมันกว้างใหญ่ และอีกไกลจังเลย
ล้อมรอบไปด้วยสวยสน (ผมคิดว่าสนนะ)
แต่ใจสู้ เพื่อจะถ่ายรูปสวยๆกลับมาให้ได้ครับ
สาวใส่กิโมโนคนนี้ ผมขอถ่ายรูปเขา และขอถ่ายคู่ด้วย พอนักท่องเที่ยวคนอื่นเห็นผมขอได้ ก็ไปขอตามกันใหญ่ ผมสงสารสาวคนนี้จัง ต้องมาลำบากเพราะผม

จุดมุ่งหมายก็เพราะ มีคนในกลุ่มอยากจะซื้อกล้องถ่ายรูปกันซักตัวสองตัว
ผมซาบซื้งในน้ำใจแกมากๆ
รูปปั้นหมาฮาจิโกะ เป็นสัญลักษณ์ และจุดนัดพบในชิบูย่าครับ






โอ้ว..คุณก๋อง เด๋วต้องไปหาดูรูปที่อื่น ที่ office ดัน block แค่อ่านตามก็สนุกแล้วครับ คงต้องมีแจมกันซักทริปแล้วม้างงงเนี่ยะ
แต่ละวันรู้สึกว่าเวลามันไม่พอกับแผนที่เราวางไว้ใช่ป่ะครับ อิอิ..
#1 By :: KinG MoJi :: on 2009-05-19 15:01