เอ่อ ตอนแรกผมแอบอัพเอนทรี่นี้ไว้ก่อนหน้า เพราะยังเขียนไม่เสร็จนะครับ แต่ยังมีหลายคนไปหาเจอด้วย แฮะๆ มาขออัพใหม่ละกันครับ 

 แฮปปี้วาเลนไทน์ ย้อนหลังด้วย  วันเสาร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ทโต๋มาครับ อยู่ใกล้เวทีตรงกลางมากๆเลย

ช่วงนี้อัพน้อย เพราะโอกาสที่ได้มานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ใช้อินเตอร์เนตของผมนั้น แทบไม่มีเลยครับ สาเหตุก็มาจากแฟนไม่ปล่อยมาเล่นเนต(ในร้านตัวเอง)       T_T

 แต่ก็ยังได้ความรับผิดชอบเพิ่มเติมคือสอนภาษาอังกฤษข้างนอกด้วย จากประสบการ์ณสอนภาษาอังกฤษแบบไพรเวทของผม ก็เลยได้เจอปัญหาภาษาอังกฤษของคนไทย ที่เกิดจากความเคยชิน

วันนี้เลยรวบรวมมาเสนอหน่อย

 

 ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย

ในปัจจุบันมีคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยใช้กันจนติดปากอยู่ มากมาย แต่ก็มีอยู่หลายคำเช่นกัน ที่คนไทยนึกว่าเป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ แบบที่เราใช้ติดปากเหมือนกัน ฝรั่งเค้าไม่ได้ใช้อย่างที่ เราพูดกันแบบที่เราได้ยินกันบ่อยๆ


1. อินเทรนด์ (in trend)
คำนี้อินเทรนด์มากๆ เอ๊ย...ฮิตมากๆ  สามารถได้ยินทั่วไป เพราะใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เช่น เด็กสมัยนี้ถ้าจะให้อินเทรนด์ต้องตามแฟชั่นเกาหลี

 ซึ่งบางทีเวลาต้องการพูดว่า "มันทันสมัย"  อาจจะติดปากว่า "It is in trend." คำว่า "ทันสมัย"
ฝรั่งเค้าไม่ใช้คำว่า "in trend" อย่างคนไทยหรอกครับ เค้าจะใช้คำว่า "trendy" หรือ "fashionable" ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่สามารถวางไว้หน้าคำนามที่ต้องการขยาย

เช่น
a trendy haircut
ทรงผมที่ทันสมัย

a fashionable clothes
เสื้อผ้าที่ทันสมัย

หรือจะไว้หลัง verb to be เช่น It is trendy. หรือ It is fashionable. ก็ได้



2. เว่อร์ 
เช่น ยัยคนนั้นทำอะไรเว่อร์ๆ She is over. ไม่มีความหมายเลยในภาษาอังกฤษ
ฝรั่งที่ได้ยินคุณพูดก็เป็นงงแน่ๆครับ  พร้อมทำสีหน้างงมันหมายถึงอะไร? ซึ่งดูแล้ว คนไทยน่าจะหมายถึงการพูดเกินจริงหรือทำเกินจริง
ซึ่งถ้าพูดเกินจริง ควรจะใช้คำศัพท์ว่า "exaggerate" เป็นคำกิริยา อ่านว่า เอก-แซ้ก-เจ่อ-เรท เช่น

"He said you walked 30 miles."
เค้าบอกว่าคุณเดินตั้ง 30 ไมล์
"No - he's exaggerating. It was only about 15."
ไม่หรอก เค้าพูดเว่อร์ (เกินจริง) มันก็แค่ 15 ไมล์เอง

ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า เธอพูดเว่อร์น่ะ ก็บอกว่า You're exaggerating.
หรือจะบอกเค้าว่า อย่าพูดเว่อร์ๆ น่ะ อาจใช้ว่า Don't exaggerate.
ส่วนอาการเว่อร์อีกแบบคือการทำเกินจริง เราจะใช้คำกิริยาที่ว่า "overact"

เช่น
You're overacting.
เธอทำเว่อร์เกิน (แสดงอารมณ์เกินจริง)

3. ดูหนัง soundtrack
เวลาคุณจะบอกใครว่า ฉันต้องการดูหนังฝรั่งที่พากย์ ภาษาอังกฤษ อย่าพูดว่า "I want to watch a soundtrack film."
แต่ควรจะใช้ว่า "I want to watch an English film." เพราะความหมายของคำว่า "soundtrack" คือ ดนตรีที่อยู่ในภาพยนตร์ ต่างหากล่ะครับ

ถ้าเราจะพูดถึงหนังฝรั่งที่ พากย์เสียงภาษาไทย เราต้องบอกว่า "I want to watch an English film that is dubbed into Thai." เพราะคำกิริยาว่า "dub" คือพากย์เสียงจากต้นแบบในหนังหรือรายการโทรทัศน์ไปเป็นภาษาอื่น

ส่วนหนังที่มีคำบรรยายใต้ ภาพเราเรียกว่า "a subtitled film" ซึ่งคำบรรยายที่อยู่ใต้ภาพ เราเรียกว่า "subtitles" (ต้องมี s ต่อท้ายเสมอนะครับ) เช่น a French film with English subtitles หนังฝรั่งเศสที่มีคำบรรยายใต้ ภาพเป็นภาษาอังกฤษ

หนังบางเรื่องจะมีคำบรรยายใต้ภาพเป็นภาษาเดียวกับที่นักแสดงพูด
เรามีศัพท์เรียกเฉพาะว่า "closed-captioned films/videos/television programs" หรือ อาจเขียนย่อๆ ว่า "CC" เช่น

You should watch a closed-captioned film to improve your English.
คุณควรจะดูหนังฝรั่งที่มี คำบรรยายภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณ

ผมขอแนะนำมากกับการหัดภาษาอังกฤษ ด้วยการดูหนัง พร้อมดูซับภาษาอังกฤษเลยนะครับ



4. นักศึกษาปี 1 คนไทยมักเรียกว่า "freshy"
ซึ่งฝรั่งไม่รู้เรื่องหรอกครับ เพราะไม่มีการบัญญัติศัพท์คำนี้ ในภาษาอังกฤษ เค้าจะใช้คำว่า "fresher" หรือ "freshman"

เช่น
He is a fresher. หรือ He is a freshman. หรือ He is a first-year student.
เขาเป็นนักศึกษาปี 1

ส่วนปีอื่นๆ คนไทยเรียกถูกแล้วครับ คือ ปี 2 เราเรียก a sophomore, ปี 3 เรียกว่า a junior และ ปี 4 เรียกว่า a senior


5. อัดหรือบันทึก คนไทยมักพูดทับศัพท์ว่า เร็คคอร์ด (record)
คำๆ นี้สามารถเป็นได้ทั้งคำนามและคำกิริยา
เพียงแค่เปลี่ยนตำแหน่ง stress กล่าวคือ ถ้าจะใช้เป็นคำนามที่แปลว่า แผ่นเสียงหรือสถิติ ให้ขึ้นเสียงสูงที่พยางค์แรก คือ "เร็ค-คอร์ด"

เช่น
He wants to buy a record.
เขาต้องการซื้อแผ่นเสียง

 I broke my own record.
ฉันทำลายสถิติของฉันเอง

แต่ถ้าคุณจะหมายถึงคำกิริยาที่ แปลว่า อัดหรือบันทึก ต้อง stress พยางค์หลัง ซึ่งจะอ่านว่า "รี-คอร์ด"

เช่น
I'll record the film and we can all watch it later.
ฉันจะอัดหนัง เราจะได้เก็บไว้ดูทีหลังได้

ส่วนเครื่องบันทึก เราเรียกว่า "recorder" อ่านว่า รี-คอร์-เดอร์


6. ต่างคนต่างจ่าย เรามักใช้ American share

 รับรองว่าฝรั่ง(ต่อให้เป็นชาวอเมริกันด้วยครับ) ได้ยินแล้ว งงแน่นอน

ถ้าคุณจะหมายถึงต่างคนต่างจ่ายให้ใช้ว่า

 "Let's go Dutch." หรือ "Go Dutch (with somebody)."
อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็ นธรรมเนียมของชาวดัตช์หรือเปล่า?

ที่ต่างคนต่างจ่ายเลยมีสำนวนอย่ างนี้ หรือคุณอาจจะบอกตรงๆ เลยว่า "You pay for yourself."
คือเป็นอันรู้กันว่าต่างคนต่ างจ่าย แต่ถ้าคุณต้องการเป็นเจ้ามือ( ไม่ใช่เล่นไพ่นะครับ)เลี้ยงมื้อนี้เอง

คุณควรพูดว่า "It's my treat this time." หรือ "My treat." หรือ "It's on me." หรือ "All is on me." หรือ "I'll pay for you this time."
ทั้งหมดแปลว่า มื้อนี้ฉันจ่ายเอง ส่วนถ้าจะบอกเพื่อนว่า คราวหน้าแกค่อยเลี้ยงฉันคืน ให้บอกว่า "It's your treat next time."


7. ขอฉันแจม (jam) ด้วยคน
ในกรณีนี้คำว่า "แจม" น่าจะหมายถึง "ร่วมด้วย"

เช่น
We are going to eat outside. Do you want to jam?
เรากำลังจะออกไปกินข้าวข้างนอก เธอจะไปด้วยมั้ย?  (เอ่อ ผิดนะครับตัวอย่างนี้)

ในภาษาอังกฤษไม่ใช้คำว่า jam ในกรณีแบบนี้ ซึ่งควรจะใช้ว่า
"Do you want to join us?", "Do you want to come with us?" หรือ "Do you want to come along?" จะดีกว่าครับ


8. เขามีแบ็ค (back) ดี

"He has a good back."
ฝรั่งคงงงว่ามันเกี่ยวอะไรกับข้างหลังของเค้า เพราะ back แปลว่า หลัง (อวัยวะ)
แต่คุณกำลังจะพูดถึงมีคนคอยสนับสนุน
ซึ่งต้องใช้
"a backup"
ซึ่งหมายถึง คนหรือสิ่งของที่ช่วยสนับสนุน ช่วยเหลือ เกื้อกูล เป็นกำลัง

 

9.ฉันเรียนภาษากับชาวต่างชาติ I learn the language with a foreigner.

คำว่า “foreigner” หมายถึง ชาวต่างชาติโดยทั่วๆ ไป แต่จริงๆ คุณต้องการจะสื่อว่าเรียนภาษากับเจ้าของภาษา ซึ่งควรจะใช้คำว่า “a native speaker” จะเหมาะกว่านะครับ

เช่น
“I learn the language with a native speaker.”

ฉันเรียนภาษากับเจ้าของภาษา

ส่วนคนที่พูดได้ 2 ภาษาดีเท่าๆ กันเราจะใช้คำคุณศัพท์ว่า “bilingual” เช่น เด็กลูกครึ่งที่พูดได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษไงครับ “Their kids are bilingual.” ลูกของเขาพูดได้ 2 ภาษาดีพอๆ กัน

10. ฉันไปตัดผมมาเมื่อวานนี้
I cut my hair yesterday.
ถ้าคุณพูดอย่างนี้หมายถึงคุณตัดผมด้วยตัวเองนะครับ

 ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ตัดผมด้วยตัวเอง แต่ให้ช่างตัดผมตัดให้ คุณควรจะบอกว่า

I had got my hair cut yesterday.”
ซึ่งรูปประโยคคือ “To have/get + กรรม (สิ่งที่ถูกกระทำ) + กิริยาช่องสาม” ดังนั้นถ้าคุณจะบอกว่า ฉันจะเอารถไปซ่อมวันพรุ่งนี้ ก็ต้องบอกว่า “I will have/get the car repaired tomorrow.”

เร็วๆนี้ ผมจะเขียนเรื่องของ Tense นี้เพิ่มเติมนะครับ ความจริงtense นี้ไม่ยากหรอกครับ แต่สิ่งที่ท้าทายผมคือ จะทำยังไงให้คนอื่นเข้าใจง่ายกว่านี้


เครดิท: ไม่มีที่มาที่แน่นอน
ดังนั้น ต่อไปเวลาคุณใช้ภาษาอังกฤษกับคำเหล่านี้ ควรจะใช้อย่างถูกต้อง ฝรั่งจะได้ไม่งงเวลาคุณพูดไงครับ
เครดิท: ไม่มีที่มาที่แน่นอน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

*0*

กลับมาพร้อมสาระประโยชน์ครบครัน
*-*


Hot! Hot!

#1 By Nan-yaaa on 2009-02-17 20:43

big smile ขอบคุณค่ะ


อาจารย์ฝรั่งเคยบอกว่า อยากพูดก็พูดไปเถอะ พูดบ่อยๆเดี๋ยวก็เป็น ถ้าพูดแล้วผิดแกรมม่าก็ไม่เป็นไร ฝรั่งเขาพยายามทำความเข้าใจอยู่แล้วหล่ะ open-mounthed smile

#2 By iDoi* on 2009-02-17 20:46

แล้วคณะที่เรียน 6 ปี เค้าเรียกปี 5 กับปี 6 ว่ายังไงล่ะคะ?

#3 By K9 on 2009-02-17 20:56

Hot! Hot! Hot! แจ๋วครับ

#4 By desktop bomb on 2009-02-17 20:57

^_^ ขอบคุณค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#5 By someone on 2009-02-17 20:57

หลายๆ คำนี่ผมก็เพิ่งรู้แฮะว่าเค้าไม่ได้ใช้กันแบบที่ไทยเราใช้sad smile
มีประโยชน์มากๆ เลยครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆbig smile confused smile Hot!

#6 By VVITch on 2009-02-17 21:17

ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ

big smile big smile

#7 By ploilek on 2009-02-17 21:20

ไม่ใช่ "American" share แต่เป็น Let's go "Dutch" open-mounthed smile

#8 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2009-02-17 21:27

ขอบคุณค่า
ฮิตติดปากจนบางทีก็เผลอคิดว่าใช้ถูกsad smile

#9 By MamiLuv on 2009-02-17 21:28

ได้ฟามรู้มักๆHot! Hot! Hot!

#10 By ทอม on 2009-02-17 21:34

Hot!

#11 By baibua on 2009-02-17 21:42

คุ้นๆแฮะconfused smile

#12 By V@R on 2009-02-17 21:49

Hot!
ยังใช้ผิดกันอยู่เยอะครับ..

#13 By cvane on 2009-02-17 22:17

เอ่อ...สมมุติว่าจะเรียกใครสักคนที่เป็นพี่ ของไทยก็ขึ้นต้นด้วยคำว่า"พี่"ตามด้วยชื่อคน

แล้วถ้าเป็นภาษาอังกฤษจะเรียกว่าอะไรเหรอค่ะembarrassed

#14 By Maew : แหมว on 2009-02-17 22:18

ลืม...sad smile Hot!

#15 By Maew : แหมว on 2009-02-17 22:19

เพิ่งรู้ว่าใช้คำว่า Go Dutch
ปกติใช้ทื่อๆ เลย แกจ่ายของแก ฉันจ่ายของฉัน
Hot!

#16 By นักรบ on 2009-02-17 22:20

>.< โอ้ววววววววว ว ว !!

ใช้กันมาตั้งนมนานนน ..

#17 By ARMACUZZ*~ on 2009-02-17 22:23

ไม่ใช่ in train เหรอ อิอิsad smile Hot!
อ่านเพลินเลยละคะ ได้ความรู้ด้วย

ทำไมรู้สึกว่าอ่านในบล๊อคนี้แล้วเข้าใจง่ายกว่าอ่านจากหนังสือที่ขายๆอยู่ทั่วไปก้อไม่รู้อะคะ ประมาณว่าตัวอย่างประโยคที่ยกมา เข้าใจง่ายกว่า และอธิบายได้เข้าใจมากกว่า ไห้ดาวววเลยยHot! Hot! Hot! ไว้มาอัพบล๊อคไห้ความรู้แบบนี้บ่อยๆนะคะ รออ่านๆๆค่ะbig smile

#19 By หมาบรีสก้า on 2009-02-17 23:42

กลายเป็นแสลงแบบไทยไปเลยsad smile Hot!

#20 By wesong on 2009-02-17 23:42

ใช่เลย เรื่องเทรนด์นี่ ใช้ผิดกันเยอะมาก ^^ @
หุหุ บลอกนี้ดีจังค่ะ สอนภาษาัอังกฤษ กำลังฝึกๆ อยู่พอดีเลย มีปัญหาในด้านการฟังและพูด กำลังพยายามดูหนังมากๆ อยู่ค่ะ ไม่รู้ได้ผลบ้างรึยัง T.T

Hot! Hot!

#22 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2009-02-17 23:52

เป็นเอนทรี่เหมาะแก่การเซฟอ่านมาก ขอบคุณมากค่ะ big smile

#23 By Bluemoon on 2009-02-17 23:54

ขอบคุณครับ
ขออนุญาตเอาไปเผ่ยแพร่ต่อได้ไหมคับ
ให้เครดิตครับผม Hot! Hot!

#24 By hackerlife on 2009-02-18 00:10

บางอันก็ใช้ติดปากมาจนชิน
ถ้าจะแก้ก็คงต้องใช้เวหลาหน่อย
แต่ก็ยังดีกว่าพูดผิด
อายฝรั่งเค้่า

#25 By packkyproject on 2009-02-18 00:14

นั่นสินะ ได้ความรู้เยอะแยะเชียว

confused smile confused smile confused smile Hot!

#26 By h|b|b on 2009-02-18 00:24

มีประโยชน์ที่สุดเลยค่ะ

บางครั้งก็รู้คำที่ถูกนะคะ
แต่พอพูดไปก็ตามภาษาไทยซะงั้นเลย

ปล.อยากรู้ว่าปี 5 เรียกอะไรเหมือนกันค่ะ

Hot! Hot!

#27 By TangMay on 2009-02-18 00:32

ขอบคุณค่ะ มีประโยชน์มากทีเดียวค่ะ big smile

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

แต่วัยรุ่นไทยใช้จนติดแล้ว คงแก้ยากค่ะ

#28 By Mrs. Holmes on 2009-02-18 00:34

โอ โดนไปเลยกับ freshy~

ขอบคุณมากนะคะcry Hot!

#29 By maebin on 2009-02-18 00:38

Hot! Hot! Hot!
ได้ความรู้มั่กๆ

#30 By hungryangry on 2009-02-18 00:38

Hot! Hot! Hot!
ขอบคุณมากค่ะ~

#31 By [ i ]Rin on 2009-02-18 00:38

มีประโยชน์มากเลยค่า~~~cry Hot!

#32 By i c e c u b e on 2009-02-18 01:07

ดีจังเลย ค่ะ

ไม่อายที่จะบอกว่า บางอย่างใช้ผิดๆ มาโดยตลอด

ขอบคุณนะค่ะ



ฝรั่ง : see you!!

คนไทย : when?

/me วิ่งหนี เอิ๊กๆ

#33 By ~[P]ep[P]er[M]in[T]~ on 2009-02-18 01:10

ว้าว ว วว ว

#34 By quiescent on 2009-02-18 01:24

มีประโยคหนึ่งที่ได้ยินจาก เมียฝรั่งเวลาด่าสะมี

"Dont' make me angry I will Zero!!!"

อย่าทำให้ฉันโกรธ ไม่งั้นฉันจะศูนย์!! (ศูนย์ ภาษาอีสานแปลได้อารมณ์ประมาณว่า กุทนไม่ไหวละว๊อย)

#35 By หนูพุก on 2009-02-18 01:32

ได้ความรู้ขึ้นเยอะเลยครับเนี่ย Hot!

#36 By :: Ton~Ngiw :: on 2009-02-18 03:08

จะพยายามจำ นะคะ


(จำไว้จะได้ไม่อาย ฝรั่งเค้า)


Hot! Hot! Hot!

#37 By ๛Girl In Game๛ on 2009-02-18 03:18

โอกาส

Hot! big smile

#38 By ksuura on 2009-02-18 05:09

Thank You Very Must confused smile

Very UsefulHot! Hot! Hot!

#39 By DeathTheKid on 2009-02-18 07:56

ได้ประโยชน์มากครับผม

คุ้นๆ เคยชิน ทั้งนั้นsad smile

#40 By iNum~* on 2009-02-18 08:19

มาให้กำลังใจครับ Hot! Hot! Hot!

#41 By veeza on 2009-02-18 09:04

มันเป็นคำแสลงในภาษาไทยไปแล้ว
โอ้ว ใช้ผิดติดปากหลายคำจิงๆ confused smile

Hot! Hot!

#43 By [ นู๋ ห น อ น ] on 2009-02-18 09:53

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
..มีบางคำผมใช้แล้วจริงๆ


<กวีปิศาจ>

#44 By Just Moment on 2009-02-18 10:05

ขอบคุณมากๆๆๆค่ะHot!

#45 By ■ TamaRPG ■ on 2009-02-18 10:14

เอนทรี่นี่มีประโยชน์มากค่ะ Hot!
แต่มีข้อสงสัยข้อนึงคือ

หากบอกว่า I want to watch an English film มันไม่พาลไปนึกถึงหนังสัญชาติอังกฤษที่ไม่ใช่อเมริกันหรอกหรือค่ะ embarrassed
สาระเพียบ
ขอแอดเลยละกันค่ะ Hot!

#47 By ~pandanus~ on 2009-02-18 10:54

ขอบคุณครับ

ึ7 ข้อแรก...
ยังใช้อยู่เลยครับ..sad smile
ส่วนใหญ่คำพวกนี้...
เราใช้กันจนเป็นภาษาของเราแล้วมั้งครับ
(เพราะไม่มีชาติอื่นเข้าใจกับเราด้วย...sad smile )

#48 By patluck on 2009-02-18 11:05

อ่อมีสาระใช่ได้จริงกับชีวิตด้วยคะ
ขอบคุณก้าบบsurprised smile

#49 By ppangg on 2009-02-18 11:15

recordนี่เคยรู้มา แต่ว่าตอนนี้ก็ลืมไปเหมือนกันว่าเป็นอะไรกันแน่ เลยได้รู้ในบลอกนี้

#50 By TaLgY on 2009-02-18 11:37