วันนี้ขอมาเมาท์ให้หายคันปากบ้าง ได้ถือโอกาสเปิดหมวดหัวเรื่องใหม่อีกแล้ว
แต่ว่าทำไมบลอคนี้มีหมวดหัวเรื่องเยอะจริงๆเลยนะเนี่ย
แต่ไม่ต้องห่วงจ้า ยังสรรหาสาระมาเล่าสู่กันฟังเหมือนทุกๆครั้งแน่

วันนี้ ขอว่าด้วยเรื่องการทานอาหารข้างนอก ที่อเมริกา หรือ Eat out นั่นเอง

 

 

คนอเมริกัน เป็นคนที่ชอบกินข้าวนอกบ้านบ่อยเหมือนกันครับ เนื่องจากความสะดวก

ร้านอาหารในเมือง จะมีความหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ฟาสท์ฟูด หรืออาหาร บัฟเฟต์
และอาหารประจำชาติต่างๆ ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น อิตาเลียน เม็กซิกัน หรือ ไทย เรียกว่ามีให้กินได้ทุกอย่าง
ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่ๆ (แต่นอกเมืองก็น้อยหน่อย)

แต่ปัญหาของชาวอเมริกัน 1 ใน 4 คือ น้ำหนักเกิน (Overweight) ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติของที่นี่ ที่แก้กันไม่ตกเลยทีเดียว

และนิสัยการกินเขาก็ไม่เคร่ง ไม่ว่าคุณจะนอนกิน เดินกิน นั่งกิน กินกลางทราย และอาหารที่พบเจอ
ได้ง่ายที่สุดก็เป็นพวก Junk Food อาหารขยะ ที่มีน้ำตาลเยอะ หรือน้ำอัดลม

 

 

ขอเสริมอีกเรื่องหละ เวลาเราไปกินอาหารในร้านอาหารเนี่ย ที่อเมริกาเขาเสิร์ฟ Portion ขนาดที่ใหญ่มากๆ เลยหละครับ
ประมาณว่าสั่งมาที กินได้ถึง 2-3 คน เลยยังได้ (อยู่กินที่นี่ ผมอ้วนปุ๊ปปั๊ปกันเลยทีเดียว)

ฉะนั้น ที่นี่เราจะกินไม่หมดก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะเป็นปกติมากสำหรับคนที่นี่
ที่เขาจะกินเหลือ กลายเป็น Leftover food
ฉะนั้น ก็จะมีพระเอกนามว่า Doggy bag แปลว่าไอ้ถุงหรือกล่องห่อข้าวกลับบ้าน นี่แหละ มาช่วยเรา เอากลับไปเก็บกินที่บ้านได้ต่อ
ขอบอกว่าการทำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรียกว่าธรรมดาเท่านั้นนะ มันเรียกว่า "น่าจะเป็น" เลยหละ

หมายเหตุ: ที่เขาเรียก Doggy bag มันสืบเนื่องมาจากเอาไปให้ Pet สัตว์เลี้ยงไปทาน แต่เขาก็เอาศัพท์นี้มาใช้ ถึงแม้เราจะเอาไปกินเอง เอ้ะ หรือว่าเราเป็นหมา

 

 

ก็ตลกดี ตอนที่แม่ผมแวะมาเที่ยวอเมริกานะ มาเยี่ยมพี่สาวของผม แล้วเราก็ไป ลอส แอนเจอลิส กัน
เราก็ไปกินร้านอาหารไทย ในเขต Thai Town ย่านถนน Hollywood นะแหละครับ (นี่เป็นเมืองที่มีคนไทยไม่น้อยกว่าแสนจริง)


เราก็สั่งอาหารกันมาคนละจานครับ แม่ผมสั่ง ข้าวขาหมู ผมสั่งเย็นตาโฟ ส่วนพี่สาวผมอยากกิน ก๋วยเตี๋ยวเรือ มาก แบบว่าไม่ได้กินมาเป็นชาติ แถมด้วยลูกชิ้นเนื้ออีกจาน
พออาหารมา แม่ผมก็ตะลึงในขนาดเสิร์ฟของมัน และแม่ก็นะ เสียดาย บอกว่า
"แม่กินไม่หมด ก๋องช่วยแม่กินหน่อย" (ไอ้เรายังกินชามตัวเองไม่หมดเล้ย..)

พี่สาวผมบอกเลย

"Mom, we eat for pleasure, not to get sick"

เรากินเพื่อสุข ไม่ได้เพื่อป่วยนะแม่