ขอปิดบลอกครับ

posted on 14 Nov 2010 17:42 by streetenglish
ที่หายไปนานเพราะช่วงนี้ผมงานยุ่งหลายอย่างนะครับ
คือก่อนหน้า วางแผนพาแฟนไปเที่ยวฮ่องกง ก็เลยใช้เวลาหาข้อมูลไปนาน ควบคู่กับกิจการใหม่ที่เป็นโปรเจ็คในอนาคต ผมเลยไม่มีเวลามาอัพบลอค Street English นี้เลย
 
และตอนนี้เพิ่งกลับจากฮ่องกง
พาแฟนไปขอแต่งงานที่นั่นนะครับ
 
ตอนนี้ก็เลยยุ่งเรื่องวางแผนงานแต่งงาน
 
ฉะนั้น จึงแจ้งให้ทราบว่า คงหายไปซักพัก
 
 
 
 
หวังว่าเพื่อน Exteen คงเข้าใจ
 
ขอปิดบลอกนะครับ

หวัดแดก!!

posted on 09 Sep 2010 16:24 by streetenglish

 

ตอนที่เราเรียนภาษาอะไรใหม่ก็ตาม ส่วนมากช่วงแรกๆ ครูต้องสอนเราประโยคหนึ่งไว้ช่วยเอาตัวรอดคือประโยคว่า

"อะไรนะ?"

 สำหรับสถานการณ์ที่ฟังผู้พูดไม่ทัน ขออีกรอบนึงได้ไหม

 

แต่ถ้าการฟังของเรามันไม่แข็งแรงมันก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้มากอยู่ดีนะ

ครูสอนมาว่าเวลาที่จะขอให้พูดพูด พูดใหม่อีกครั้ง หรือเราต้องการขอโทษว่าฟังไม่ทัน ก็มีให้เลือกใช้สำเร็จรูป

 

Pardon me?

ความหมายเดียวกับ Excuse me?

หรืออีกประโยคคือ

I beg your pardon?

ไอ้คำว่า Pardon ออกเสียงว่า  พ้า-ดิ๊น แตกมาได้อีกหลายแบบ

Pardon? เฉยๆ ก็แปลว่า "อะไรนะ" ได้สั้นๆ แต่เราใช้ Excuse? เฉยๆไม่ได้นะครับ

แต่อย่าเข้าใจความหมายของ Pardon ผิดนะครับ คำๆเดียวจริงๆไม่ได้แปลว่า "อะไรนะ"

เพราะจริงๆที่ถูกต้อง มันคือการอภัยโทษ เหมือนๆ Excuse ถ้าใช้ในคำทางการเช่น

The Judge granted him a pardon.

 

พอพูดถึงคำว่า Pardon นึกถึงวลีหนึ่งที่น่าสนใจ

Pardon my French

เป็นสำนวนอเมริกันอีกคำหนึ่งที่น่ารู้จัก ใช้ตอนหลังเราสบถคำหยาบไปก่อนหน้า

แล้วเราก็ตบท้ายด้วยวลี "Pardon my French"` (หรือ Excuse my French)

ประมาณว่า "ขอประทานอภัยกับคำหยาบเมื่อซักครู่นะครับ"

 ที่มาของวลีนี้ มายาวนานมากเลยครับ (พูดอีกคำคือ โบราณโคตรๆ)

 

 ปกติเราคนไทยจะใช้คำถามว่า "อะไรนะ" เมื่อฟังผู้พูดไม่ทันในภาษาอังกฤษ ก็ใช้ได้หลายแบบ แบบที่เรียนมาเช่น

Sorry?

Excuse me?

What did you say?

-------------------------

แต่อยู่ที่อเมริกา ผมมักได้ยินคำว่า

What's that? ซะเป็นส่วนมาก

แถมไอ้ฝรั่งที่คุยมันไม่ออกเสียงอย่างชัดเจนด้วยนะ มันออกเสียงคล้ายๆว่า

หวัดแดก!?

เพียงแต่การแดกของมันทิ้งเสียงสูงไว้ ทำเป็นประโยคคำถาม

เมื่อผมได้ยินฝรั่งพูดอย่างนี้ ผมจึงเคยเอาไปทดลองใช้จริงๆ แต่ลองออกเสียงเป็น

หวัด-แด้ะ ?

ฝรั่งมันก็พูดทวนประโยคอีกรอบ สรุปคือการทดลองนี้ใช้ได้แฮะ แค่บอกมันหวัดแดก มันก็ทวนคำพูดแล้ว

 

แค่นี้เราก็เอาหวัดแดกไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว

แต่ถ้าฟังยังไงก็ไม่ออก ก็ ยิ้มสยามแล้วบอกมันไปเถอะ ว่ากูฟังไม่รู้เรื่อง

เพราะคนไทยเราเป็นโรค Yes syndrome ส่วนมาก คือกูฟังไม่ออก กูตอบ Yes คำเดียว

 

มันมาอีกแล้ว!! เมนูแบบนี้

posted on 07 Sep 2010 17:09 by streetenglish

ฝากรูป 

จะให้เล่นมุขยังไงดีล่ะ

มันผิดเกือบทุกคำ!!

อ่านเองขำกันเองเลยละกันครับ