หวัดแดก!!
posted on 09 Sep 2010 16:24 by streetenglish
ตอนที่เราเรียนภาษาอะไรใหม่ก็ตาม ส่วนมากช่วงแรกๆ ครูต้องสอนเราประโยคหนึ่งไว้ช่วยเอาตัวรอดคือประโยคว่า
"อะไรนะ?"
สำหรับสถานการณ์ที่ฟังผู้พูดไม่ทัน ขออีกรอบนึงได้ไหม
แต่ถ้าการฟังของเรามันไม่แข็งแรงมันก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้มากอยู่ดีนะ
ครูสอนมาว่าเวลาที่จะขอให้พูดพูด พูดใหม่อีกครั้ง หรือเราต้องการขอโทษว่าฟังไม่ทัน ก็มีให้เลือกใช้สำเร็จรูป
Pardon me?
ความหมายเดียวกับ Excuse me?
หรืออีกประโยคคือ
I beg your pardon?
ไอ้คำว่า Pardon ออกเสียงว่า พ้า-ดิ๊น แตกมาได้อีกหลายแบบ
Pardon? เฉยๆ ก็แปลว่า "อะไรนะ" ได้สั้นๆ แต่เราใช้ Excuse? เฉยๆไม่ได้นะครับ
แต่อย่าเข้าใจความหมายของ Pardon ผิดนะครับ คำๆเดียวจริงๆไม่ได้แปลว่า "อะไรนะ"
เพราะจริงๆที่ถูกต้อง มันคือการอภัยโทษ เหมือนๆ Excuse ถ้าใช้ในคำทางการเช่น
The Judge granted him a pardon.
พอพูดถึงคำว่า Pardon นึกถึงวลีหนึ่งที่น่าสนใจ
Pardon my French
เป็นสำนวนอเมริกันอีกคำหนึ่งที่น่ารู้จัก ใช้ตอนหลังเราสบถคำหยาบไปก่อนหน้า
แล้วเราก็ตบท้ายด้วยวลี "Pardon my French"` (หรือ Excuse my French)
ประมาณว่า "ขอประทานอภัยกับคำหยาบเมื่อซักครู่นะครับ"
ที่มาของวลีนี้ มายาวนานมากเลยครับ (พูดอีกคำคือ โบราณโคตรๆ)
ปกติเราคนไทยจะใช้คำถามว่า "อะไรนะ" เมื่อฟังผู้พูดไม่ทันในภาษาอังกฤษ ก็ใช้ได้หลายแบบ แบบที่เรียนมาเช่น
Sorry?
Excuse me?
What did you say?
-------------------------
แต่อยู่ที่อเมริกา ผมมักได้ยินคำว่า
What's that? ซะเป็นส่วนมาก
แถมไอ้ฝรั่งที่คุยมันไม่ออกเสียงอย่างชัดเจนด้วยนะ มันออกเสียงคล้ายๆว่า
หวัดแดก!?
เพียงแต่การแดกของมันทิ้งเสียงสูงไว้ ทำเป็นประโยคคำถาม
เมื่อผมได้ยินฝรั่งพูดอย่างนี้ ผมจึงเคยเอาไปทดลองใช้จริงๆ แต่ลองออกเสียงเป็น
หวัด-แด้ะ ?
ฝรั่งมันก็พูดทวนประโยคอีกรอบ สรุปคือการทดลองนี้ใช้ได้แฮะ แค่บอกมันหวัดแดก มันก็ทวนคำพูดแล้ว
แค่นี้เราก็เอาหวัดแดกไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว
แต่ถ้าฟังยังไงก็ไม่ออก ก็ ยิ้มสยามแล้วบอกมันไปเถอะ ว่ากูฟังไม่รู้เรื่อง
เพราะคนไทยเราเป็นโรค Yes syndrome ส่วนมาก คือกูฟังไม่ออก กูตอบ Yes คำเดียว





